ถ้าพูดถึงเบียร์นะครับ ผมคิดว่าเมืองไทยหลายๆ คนเนี่ยมักจะเเบ่งชนชั้นกัน ว่ากูกิน พรีเมียม กู อีโคโนมิค กูลูกทุ้งอะไรเเบบเนี่ย เเต่ผมคิดว่า ถ้าตัดไอ้เรื่องนี้ไป เเละ ดื่มเบียร์หลากหลายยี่ห้อเนี่ย มันจะทำใหห้เราเปิดรับอะไรใหม่ๆ ได้มากกว่านะครับ ส่วนตัวผมชอบ ช้างนะครับ เพราะมันเเรงดี ช้างสดนี่ก็นิ่มดีครับ เเต่ บางคนบอกไม่กินหรอกเบียร์กรรมกร ก็เเล้วเเต่นะครับ เเล้วเเต่ความชอบของเเต่ละคนครับ เเต่ผมเคยกิน ไฮนาเก้น นะครับ เหมือนกินน้ำเลยอะ อ่อนมากๆ เเต่ ยี่ห้อนี้มักมีหลายคนเปลี่ยนมากินกันมากขึ้นเเล้วเพราะอยากเท่ห์ จะบอกไอ้พวกนี้เนี่ย นอกเเบ่งเเยก ยี่ห้อเบี่ยร์ มันยังเเบ่งกันอีกนะครับ ว่ากู กินขวด มึงกิน กระป๋องไม่รู้อะไรของมัน พอดีไปเจอบทความที่เค้าว่านี่คือเบียร์ที่อร่อยที่สุดในโลก เเละ วิธีการกินเบียร์อร่อยครับ ลองมาอ่านดูนะครับ
ดื่มเบียร์ยังไงให้อร่อย
ควรดื่มเบียร์ที่อุณหภูมิระหว่าง 8 - 12 c เพราะเป็นอุณหภูมิที่ทำให้ได้ลิ้มรสชาติเบียร์อย่างเข้าถึง นักดื่มเบียร์ส่วนใหญ่นิยมดื่มเบียร์ที่เย็นจัดมาก ๆ โดยเฉพาะในประเทศแถบร้อน ความจริงแล้วการดื่มเบียร์ที่เย็นจัดมาก ๆ แม้จะให้ความสดชื่นแต่จะไม่ได้รสชาติที่แท้จริงของเบียร์ การรินเบียร์เป็นส่วนสำคัญมากอีกขึ้นตอนหนึ่ง ต้องใช้แก้วที่สะอาดและเย็นจนมีเกร็ดน้ำแข็งเกาะ ที่สำคัญก่อนดื่มเบียร์ควรเริ่มจากซอฟต์ดริ้งค์ก่อน การรินเบียร์ทุกครั้งจะเกิดฟองเพราะแรงดันสูง
การรินเบียร์แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ รินครั้งแรกประมาณ 3 ใน 4 ของแก้วเพื่อเก็บพื้นที่ส่วนที่เหลือให้ฟองเบียร์ รอสักครู่จึงรินเบียร์เพิ่มเพื่อให้ฟองเบียร์ลอยขึ้นไปอยู่เหนือปากแก้ว เบียร์ที่มีคุณภาพดีจะมีฟองสวย รสขมเล็กน้อย เราจะเห็นฟองเบียร์เล็ก ๆ ละเอียดอ่อนอยู้สูงขึ้นมาประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะเหมือนดอกไม้แรกผลิ และจะไม่หมดฟองไปง่าย ๆ แม้จะตั้งทิ้งไว้ก็ตาม
วิธีดื่มเบียร์ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ชนิดใดก็ตาม สิ่งที่บ่งบอกได้ถึงคุณภาพของเบียร์ดูจะเป็นสิ่งเดียวกันนั่นคือกลิ่น (Aroma) และรสชาติ (Flavour) การชิมเบียร์ไม่มีกรรมวิธีพิเศษยุ่งยากใด ๆ และนี่คือ 4 ขั้นตอนหลักสำหรับการดื่มด่ำกับกลิ่นและรสชาติเบียร์สด
1.มองด้วยตา (LOOK)
เบียร์ต่างสีเพราะมีความต่างของวัตถุดิบที่นำมาผลิต แต่ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ชนิดใด เมื่อรินใส่แก้วแวพิศดูด้วยสายตาจะมองเห็นความใสของเบียร์ ทั้งพรายฟองต้องละเอียดนุ่มดุจเนื้อครีม เพียงความรูสึกแรกเมื่อมองด้วยสายตา เราก็สามารถได้ถึงรสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น ๆ ไว้ระดับหนึ่งเล้ว
2.พาหมุนวน(SWIRL)
หมุนวนแก้วเบียร์เพื่อให้ได้กลิ่นเบียร์ วนเพียงเบา ๆๆ ก้เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้เราได้กลิ่นหอมของดอกฮ็อป วัตถุดิบสำคัญตัวหนึ่งที่บ่งบอกได้ถึงคุณภาพและรสชาติของเบียร์ในมือคุณได้เป็นอย่างดี
3.สูดดมกลิ่น (SNIFF) เรามักจะได้กลิ่นหอมของเบียร์สดรสเลิศเสมอไม่ว่าจะตั้งใจสูดดมกลิ่นเบียร์ก่อนลิ้มรสชาติหรือไม่ก็ตาม เพราะนั่นคือลักษณะเฉพาะของเบียร์ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้เจริญอาหารอย่างที่สุด
4.จิบชิมลิ้มรส(SIP)
ขั้นตอนท้ายสุดของการชิมเบียร์ กลิ่นและรสจะผสานไหลผ่านลิ้นและลำคอของเราขณะยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ ปลายลิ้นจะได้ลิ้มรสชาติหอมหวานจากมอลต์ เป็นอันดับแรก ตามมาด้วยความซาบซ่าจากรสชาติของวัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตเบียร์ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ หรือธัญพืช และท้ายสุดคือรสขมกลมกล่อมของดอกฮ็อบ
เติมศิลปะในการดื่มเบียร์กับเบียร์สดแก้วถัดไปของคุณ แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความหมายและสีสันของการดื่มกินอย่างมีความสุข Aventinus - เบียร์ที่อร่อยที่สุดในโลก นี่คือ Aventinus เบียร์จาก G.Schenider & Sohn มันคือ Double Beer ดีกรี 8.2% มันอร่อย มันนิ่ม มันเข้ม มันลึก และยอดมาก!!!
ถึงแม้ว่าหนึ่งขวดจะมีปริมาณแค่ 0.5 L แต่พี่น้องครับ อย่าได้ดูถูกเบียร์เยอรมัน ... จากการทดสอบพบว่า 2 Heineken Large ยังไม่เท่า 1 Aventinus Medium ที่สำคัญอาการของการเมานั้นเรียกได้ว่า
คนละชั้น
เอา ล่ะ อธิบายมากเมื่อยปาก (มือ) ไปหามากินเองครับ ถ้ารู้ราคาที่พี่ผมซื้อแล้วจะตกใจ แต่บอกไม่ได้จริงๆ ... ถ้าหาไม่เจอ แนะนำที่สวนลุมไนท์ครับ มีร้านขายอยู่ ... เอาเข้าจริงๆ ราคาไม่ได้แพงเลยถ้าเทียบกับคุณภาพความเมาที่ได้
การรินเบียร์แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ รินครั้งแรกประมาณ 3 ใน 4 ของแก้วเพื่อเก็บพื้นที่ส่วนที่เหลือให้ฟองเบียร์ รอสักครู่จึงรินเบียร์เพิ่มเพื่อให้ฟองเบียร์ลอยขึ้นไปอยู่เหนือปากแก้ว เบียร์ที่มีคุณภาพดีจะมีฟองสวย รสขมเล็กน้อย เราจะเห็นฟองเบียร์เล็ก ๆ ละเอียดอ่อนอยู้สูงขึ้นมาประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะเหมือนดอกไม้แรกผลิ และจะไม่หมดฟองไปง่าย ๆ แม้จะตั้งทิ้งไว้ก็ตาม
วิธีดื่มเบียร์ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ชนิดใดก็ตาม สิ่งที่บ่งบอกได้ถึงคุณภาพของเบียร์ดูจะเป็นสิ่งเดียวกันนั่นคือกลิ่น (Aroma) และรสชาติ (Flavour) การชิมเบียร์ไม่มีกรรมวิธีพิเศษยุ่งยากใด ๆ และนี่คือ 4 ขั้นตอนหลักสำหรับการดื่มด่ำกับกลิ่นและรสชาติเบียร์สด
1.มองด้วยตา (LOOK)
เบียร์ต่างสีเพราะมีความต่างของวัตถุดิบที่นำมาผลิต แต่ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ชนิดใด เมื่อรินใส่แก้วแวพิศดูด้วยสายตาจะมองเห็นความใสของเบียร์ ทั้งพรายฟองต้องละเอียดนุ่มดุจเนื้อครีม เพียงความรูสึกแรกเมื่อมองด้วยสายตา เราก็สามารถได้ถึงรสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น ๆ ไว้ระดับหนึ่งเล้ว
2.พาหมุนวน(SWIRL)
หมุนวนแก้วเบียร์เพื่อให้ได้กลิ่นเบียร์ วนเพียงเบา ๆๆ ก้เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้เราได้กลิ่นหอมของดอกฮ็อป วัตถุดิบสำคัญตัวหนึ่งที่บ่งบอกได้ถึงคุณภาพและรสชาติของเบียร์ในมือคุณได้เป็นอย่างดี
3.สูดดมกลิ่น (SNIFF) เรามักจะได้กลิ่นหอมของเบียร์สดรสเลิศเสมอไม่ว่าจะตั้งใจสูดดมกลิ่นเบียร์ก่อนลิ้มรสชาติหรือไม่ก็ตาม เพราะนั่นคือลักษณะเฉพาะของเบียร์ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้เจริญอาหารอย่างที่สุด
4.จิบชิมลิ้มรส(SIP)
ขั้นตอนท้ายสุดของการชิมเบียร์ กลิ่นและรสจะผสานไหลผ่านลิ้นและลำคอของเราขณะยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ ปลายลิ้นจะได้ลิ้มรสชาติหอมหวานจากมอลต์ เป็นอันดับแรก ตามมาด้วยความซาบซ่าจากรสชาติของวัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตเบียร์ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ หรือธัญพืช และท้ายสุดคือรสขมกลมกล่อมของดอกฮ็อบ
เติมศิลปะในการดื่มเบียร์กับเบียร์สดแก้วถัดไปของคุณ แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความหมายและสีสันของการดื่มกินอย่างมีความสุข
ถึงแม้ว่าหนึ่งขวดจะมีปริมาณแค่ 0.5 L แต่พี่น้องครับ อย่าได้ดูถูกเบียร์เยอรมัน ... จากการทดสอบพบว่า 2 Heineken Large ยังไม่เท่า 1 Aventinus Medium ที่สำคัญอาการของการเมานั้นเรียกได้ว่า
คนละชั้น
เอา ล่ะ อธิบายมากเมื่อยปาก (มือ) ไปหามากินเองครับ ถ้ารู้ราคาที่พี่ผมซื้อแล้วจะตกใจ แต่บอกไม่ได้จริงๆ ... ถ้าหาไม่เจอ แนะนำที่สวนลุมไนท์ครับ มีร้านขายอยู่ ... เอาเข้าจริงๆ ราคาไม่ได้แพงเลยถ้าเทียบกับคุณภาพความเมาที่ได้
5555+ ผมว่ามันเเล้วเเต่คนชอบนะครับ บางคนก็ชอบ เบียร์สด บางคนก็ชอบเเรงๆ อันนี้มันเเล้วเเต่รสนิยมจริงๆนะครับ


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น