youtube

Loading...

dubai

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

เวสป้า รถสวย ๆ เเนว ๆ




บ้านผมเพิ่งเอาเวสป้า ไปซ้อมครั้งใหญ่มาครับทำสีใหม่ ทำเครื่องใหม่ หมดไป 15000 บาทเเพงเหมือนกันครับ เพราะพ่อผมเนี่ยซื้อมา 30 ปีได้เเล้วครับตอนนั้นซื้อมา 10000 บาท ประมาณ 30 ปีเเล้วก็คิดเอานะครับว่า ค่าเงินตอนนี้กับตอนนั้นมันต่างกันขนาดไหน พ่อผมเล่าให้ฟังว่า  เมื่อตอนนั้น ก๋วยเตียวชามละ 3-5 บาทเองครับ ถ้าตีเป็นเงินตอนนี้ก็ประมาณ 6-7 หมื่นได้ครับสำหรับเวสป้า คันนึงเเต่อย่างว่าครับรุ่นคลาสสิค ตอนนี้ไม่มีเเล้วครับ ที่เค้าหาซื้อกันเนี่ยก็เป็นรุ่น คลาสสิคที่ไม่ผลิตเเล้วทั้งนั้นครับของบ้านผม เนี่ย เรียบครับ ไม่ได้เเต่งอะไรมากมายครับเอาพอใช้ได้สวยๆ พอครับ ไหนก็เขียนเเล้วเอาประวัติเวสป้ามาให้อ่านกันครับพี่น้อง เป็นรถมอเตอร์สกู๊ตเตอร์ เริ่มผลิตที่เมืองปอนเตเดรา ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ. 1946 โดย Piaggio & Co,S.p.A เวสป้าแพร่หลายในช่วงปี 50s และ 60s เป็นที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่นอังกฤษ โดยเฉพาะพวก ม็อด


เวสป้าในภาษาอิตาลีแปลว่า ตัวต่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Piaggio ที่แต่เดิมมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนของเรือและส่วนเครื่องบิน หันมาผลิตเครื่องยนต์แบบง่ายในแบบ Four - Part P 108 ให้กับรถเวสป้า ที่โรงงาน Pontedera จึงเกิดความคิดที่สร้างยานพาหนะเล็กๆไว้เดินทางขนส่งและสำรวจใน โรงงานคือ MP5 หรือโดนัลดัค ซึ่งในรุ่นนี้ทำจากซากชิ้นส่วนของเครื่องบิน มันคือสกู๊ตเตอร์ หรือ รถจักรยานยนต์คันเล็กๆ ที่มีล้อต่ำๆ ช่วยต่อการขับขี่ไม่สิ้นเปลืองน้ำมันและราคาไม่แพง

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1945 รถเวสป้ารุ่น MP6 ก็ถูกผลิตออกมาด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่สะดวกสบาย มีล้ออะไหล่ซึ่งขับขี่แบบง่ายๆ ถ้าในเวลาขับขี่รถติดก็มีที่กำบังกันน้ำกระเด็นใส่ Enrico ได้ฟังเสียงรถ MP6 เขาร้องออกมาว่า"มันเหมือนตัวต่อร้องเลย" ตั้งแต่นั้นมา Enrico ก็เลยให้ชื่อเสียงเรียงนามเรียกรถนี้ว่า Vespa ซึ่งแปลว่าตัวต่อ (Wasp)

รุ่นแรกเป็นสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบชั้นเดียว หลังจากผลิตรถรุ่นดังกล่าวได้ประมาณ 100 คัน จึงลงมือผลิตรุ่นที่ใช้ชื่อว่า Vespa (Wasp) ออกมา รถรุ่นนี้มีความก้าวหน้ามากทั้งในด้านรูปทรงและด้านวิศวกรรม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของ Vespa ที่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดจนถึงกลางทศวรรษ 1990 สกู๊ตเตอร์รุ่นแรกมีขนาดเครื่องยนต์เพียง 98 cc. ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีขนาด 125 cc., 150 cc. และ 200 cc. ตามลำดับ

ตอนนี้ผมก็กำลังหาคันใหม่อยู่นะครับ เเต่เป็นพวกซากนะครับ พอดีอยากได้สีดำอะครับ มันเงาดีครับ เเต่ทุกวันนี้ใช้สีน้ำเงินอยู่ครับ

การจีบสาวขั้นเทพ จริงๆนะ

ส่วนตัวผมเนี่ยครับจีบสาวมาไม่มากหรอกครับ เพราะผมเป็น โอตากุ ไม่ใช่ครับ ล้อเล่นครับ เเต่ส่วนใหญ่จะเเห้วมากกว่าได้ เอาที่ได้เนี่ยก็เป็นพวก เกรด b กับ c เอ้างงอะดิ อะไรวะ  b กับ c สำหรับผมมันเป็นระดับความน่ารักของสาวๆ หละครับ เเต่อย่างว่า ครับ การจีบสาวให้ติดเนี่ยสำหรับผมนี่ถือว่ายากนะครับ การจะจีบคนที่เราหมายปองเนี่ย ยากนะครับ นะครับ กับการจีบสาวเนี่ย เเต่พอดีผมมี บทความ การจีบสาวขั้นเทพ มาให้อ่านกันครับ ผมเอามาจากเวป atcloud.com น่าสนใจมากมายครับลองอ่านวิธีการจีบสาวขั้นเทพนี่ได้เลยครับพี่น้อง
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

นี่คือสิ่งที่เป็นพื้นฐานสําคัญที่สุดในการจีบสาว ต่อจากนี้ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีเทคนิคใดๆก็ตาม เพื่อที่จะให้สาวสวยมาสนใจ ไม่ว่าพูด จะคิด หรือจะทําอะไรก็ตามในการจีบสาว คุณจะต้องคิดย้อนมาถึงบทนี้เสมอ ไม่มีข้อแม้ใดๆเพราะทุกๆบทในเวปนี้มาจากหลักในเรื่องนี้ทั้งสิ้น
ปฐมบทจีบสาว : ดอนฮวนขึ้นอยู่กับ ความคิด ทัศนคติ ไม่ใช่อยู่ที่คําพูดหวานๆ ในการจีบสาว
นี่เป็นสิ่งที่คุณจะต้องรู้สึกได้ว่าคุณมีบทนี้ไว้ในใจทุกเวลา ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที ทุกวินาที
การที่จะเป็นดอนฮวนได้นั้นมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีคําพูดเท่ๆไว้จีบหญิงมากเท่าไหร่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณหล่อแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับทัศนคติของคุณต่อผู้หญิง ชีวิตและสังคมโดยรวมต่างหาก ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความคิดตรงนี้ได้สาวๆจะมารายล้อมคุณอย่างไม่น่าเชื่อ รับประกันอย่างแรงงงงง ไม่เข้าใจเหรอครับ อ่านต่อไป
ผู้ชายส่วนมากต่างก็ดิ้นรนที่จะได้สาวๆสวยๆ มาควงกันแทบทั้งสิ้น ผม คุณหรือใครๆก็เคยรู้สึกกันมาแล้วทั้งนั้น แต่ว่าไอ้ตัวดิ้นรนนี่เองที่มันเป็นด่านแรกที่ขวางไม่ให้เรากลายเป็นดอนฮวน มันทําให้เรากลายเป็นคนอ่อนแอไปโดยปริยาย
จะยกตัวอย่างให้ดู ผมเคยลองถามเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกันดูว่าทําไมเธอถึงไม่ชอบผู้ชายที่เข้ามาจีบเธอเลย ผู้ชายพวกนั้นไม่ดีตรงไหน (เธอเป็นคนที่ค่อนข้างสวยมาก มีคนเข้ามาจีบตลอดเวลา) เธอตอบทันทีเลยว่า เธอไม่ชอบพวกผู้ชายที่ดิ้นรนอยากจะมีแฟนจนตัวสั่น ไม่รู้จักควบคุมความต้องการของตัวเอง มันทําให้เธอคิดว่าพวกผู้ชายเหล่านั้นกําลังจนตรอก ไม่มีใครเอามาเป็นแฟน พวกเค้านั้นให้ความสนใจเธอทุกเวลา พวกเค้าคิดถึงธอตลอด โทรหาเธอทุกวัน พูดคําหวานๆ ซื้อดอกไม้ ของขวัญ พวกเค้าไม่เคยขัดใจเธอแม้แต่ครั้งเดียว พวกเค้าแคร์ความรู้สึกเธอตลอดเวลา ไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ผู้ชายเหล่านี้หวังว่าการกระทําเช่นนี้จะทําให้เธอมาหลงรักได้
พวกเค้าเลยบูชาเธออย่างกับนางฟ้ามาเกิด!!!!
พวกเค้าทําให้เธอคิดว่า "โอ้! อย่าจากผมไปนะ นางฟ้าของผม ผมรักคุณมาก ผมจะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไรโดยที่ไม่มีคุณอยู่เคียงข้างกาย คุณคือทุกๆอย่างในชีวิตที่ผมต้องการ" ถ้าคุณทําอย่างนี้เวลาจีบสาวสวยละก้อ คุณกําลังทําสิ่งที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่สุด!!!!

ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายที่ดิ้นรนเกินไป ง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ คุณไม่สามารถทําเช่นนี้แล้วหวังว่าเธอจะมาชอบคุณได้ คุณจะหวังว่าเธอจะมาชอบได้ยังไง ในเมื่อคุณกําลังบอกเธออยู่ว่าเธอดีกว่าคุณ เธอเหนือกว่าคุณ เธอเป็นนางฟ้า ในท้ายที่สุดพวกเธอนั้นก็จะทิ้งคุณไปหาคนอื่น คนใหม่ที่คู่ควรกับเทพธิดาอย่างเธอแทน อันนี้ไม่สามารถโทษผู้หญิงได้จริงๆ โลกแห่งความเป็นจริงไม่ใช่นิยาย ที่ดอกฟ้าจะลงเอยกับหมาวัดเสมอไป ถ้าคุณจะเอานางฟ้าคุณก็ต้องเป็นเทพบุตร
คุณต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงความคิด ความดิ้นรนตรงนี้โดยด่วนที่สุด แต่ว่าโชคดีครับที่เราสามารถจะขจัดไอ้ตัวดิ้นรนนี้ออกไปได้ ด้วยทัศนคติของเรา เป็นวิธีเดียวที่ได้ผลและจะเป็นแค่วิธีเดียวเท่านั้น ไม่สามารถกําจัดออกด้วยวิธีอื่นครับ ไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อผ้าราคาแพงแค่ไหน ทรงผมคุณจะเท่แค่ไหน ไม่ว่าหุ่นคุณจะบึกแค่ไหนก็ตาม มันก็จะยังอยู่ในตัวคุณ กําจัดออกได้วิธีเดียวเท่านั้น
ทางความคิด (ทัศนคติ perspective)
อย่าไปทําให้เธอคิดว่าเธอดีกว่าคุณเป็นอันขาด!!!
อย่าไปบอกเธอว่า เธอเป็นรางวัลชีวิตที่คุณต้องการ
ตรงกันข้ามคุณนั่นแหละเป็นรางวัลชีวิตที่เธอต้องการ
พวกผู้ชายที่ดิ้นรนไม่ได้คิดอย่างนี้ และนั่นเป็นสาเหตุว่าทําไม พวกเค้าไม่สามารถจีบสาวได้อย่างที่ใจเค้าอยากจะให้เป็น
หลักสําคัญก็คือให้คิดว่าคุณนี่แหละที่เป็นดอนฮวน คุณนี่แหละที่จะทําให้เธอมีความสุข ทําให้เธอหัวเราะได้
วิธีคิด : วิธีคิดที่ถูกต้องก็คือ คุณต้องคิดว่าคุณเป็นคนที่รวย อ๊ะๆๆๆ ไม่ใช่รํ่ารวยเงินทองมากมาย แต่คุณรวยเสน่ห์ เป็นคนที่ใครเห็นแล้วก้อต้องหลงในเสน่ห์ หัวปักหัวปํา ถ้าคุณสามารถคิดและบอกตัวเองได้อย่างต่อเนื่องแล้วล่ะก้อ วันนึงคุณก็จะรู้สึกอย่างที่คิดจริงๆ และคุณก็จะเป็นอย่างที่คุณคิดไว้จริงๆ ความด้นรนทั้งหลายแหล่จะถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่คุณคิดเอาไว้ นั่นคือ
ความมีเสน่ห์ (Charming)
และเมื่อบวกกับเทคนิคอื่นๆที่คุณจะได้เรียนรู้ไปจากเวปนี้แล้วละก้อ ผู้หญิงจะไม่สามารถต้านคุณได้เนื่องจาก คุณได้กลายเป็นดอนฮวนสมบูรณ์แบบ
ลองคิดดูว่าถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนรวยเสน่ห์คุณจะรู้สึก และมีความคิดยังไง
-คุณจะไม่สามารถโทรหาสาวคนใดคนหนึ่งได้ทุกๆวันเนื่องจากว่าคุณมีเบอร์อีกเป็นสิบที่จะให้โทร
-คุณไม่สามารถที่จะให้ความสนใจเธอได้ตลอดเวลาเพราะมีแต่คนมาสนใจคุณมากมาย
-คุณไม่สามารถที่จะเจอเธอได้ตลอดเพราะคุณอยู่กับสาวสวยเยอะแยะไปหมด
-คุณไม่ต้องแคร์ว่าเธอจะรักคุณหรือไม่เพราะมีสาวๆอีกมากมายที่อยากจะอยู่กับคุณ
-คุณไม่ต้องแสดงให้เห็นว่าคุณดีพอสําหรับเธอตรงกันข้ามเธอต้องแสดงให้คุณเห็นว่าเธอดีพอสําหรับคุณ
โอเคๆ ผมรู้ว่าในหัวคุณคิดอะไรอยู่ "โอวววว โนวววว แล้วผมจะคิดอย่างนั้นได้ไงวะ ก็ผมไม่ได้มีสาวๆ มารายล้อมเต็มไปหมดนี่หว่า!" ใช่ครับถูกต้อง แต่การคิดเช่นนี้เป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆ คุณเคยเห็นนักกีฬาอาชีพพูดกระตุ้นตัวเองเวลาแข่งเปล่าครับ ตัวอย่างเช่น นักวิ่ง 100 เมตร ก่อนการวิ่งแข่ง คุณคิดว่าเค้าพูดอะไรกับตัวเองครับ ใช่ครับ ไม่มีนักวิ่งที่คนไหนมัวแต่มาคิดว่าตัวเองสู้คนอื่นไม่ได้หรอก เค้าคิดเพียงแต่ว่า เค้าเร็วที่สุด เก่งที่สุด เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายแสดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมา

เมื่อเรามีความคิดอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว จิตใต้สํานึกก็จะสรุปเอาเองเลยว่าสิ่งที่คิดเป็นความจริง แล้วก็จะแสดงออกมาทางร่างกาย
ถ้าคุณคิดว่าคุณมีเสน่ห์คุณก็จะมีเสน่ห์ ถ้าคุณคิดว่าคุณทําได้คุณก็ทําได้
ถ้าคุณคิดว่าคุณจะจีบสาวไม่ติดคุณก็จะจีบสาวไม่ติด
ความสําเร็จเริ่มมาจากความคิดแล้วต่อด้วยการกระทํา ถ้าคิดได้อย่างดอนฮวนคุณก็จะเป็นดอนฮวน
นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดในการจีบสาว เพราะจริงๆแล้วเราไม่ได้กําลังจะเอาชนะผู้หญิง
แต่เรากําลังจะต้องเอาชนะใจตัวเราเองต่างหาก
คุณพร้อมที่จะทํามันหรือยัง!!!

จากบทความที่อ่านมานะครับมันจีบได้เฉพาะผู้หญิงทั่วไปนะครับ กับผู้หญิงที่จริงจังผมว่ายังยากอยู่นะครับ เเละพวกผู้หญิงหัวสูงหรือ หาผู้ชายรวยก็ไม่ติดเหมือนกันนะครับ คิดเห็นกันประการใดครับ

ข้าวกล่องบนรถไฟในญี่ปุ่น...น่ากินมากๆ

















          เมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาสนั่งรถไฟจากราชบุรี ไป เพชรบุรีนะครับ ก่อนขึ้นเนี่ยก็มีของกินขายครับ พัดไทยอะไรพวกนี้อะครับ สั่งพัดไทยมัน ใส่ห่อมาตะเกียบผูกยาง ห่อละ 20 บาท โค๊ก 1 ขวด 17 บาท อร่อยดีครับ หลังจากไปเที่ยวมาเสร็จนะครับ กลับบ้านเปิด เคเบิลที่บ้านดูครับ น่าจะเป็น ทีวี เเชมเปี้ยนนะครับ มันเเข่งทำข้าวกล่องบนรถไฟกันน่ากินมากๆ ครับ ชอบครับ ชอบ ก็เลยไปหาข้อมูลในเน็ตมาเขียน blog อะครับ โอโห ไม่น่าเชื่อครับว่า ข้าวกล่องบนรถไฟที่ญี่ปุ่น มันจะทำน่ากินขนาดนี้นะครับส่วนราคาก็มีตั้งเเต่ 480-1500 เยน หนะครับ น่ากินทั้งนั้นเลย ครับ ข้าวกล่องบนรถไฟ เนี่ยผมเห็นเเล้วมาเทียบกับบ้านเราเนี่ยต่างกันสุดโต่งครับ เเต่อย่างว่าครับ ของเค้าอย่างต่ำ 300-400 เยน ตีเป็นเงินไทยเเล้วก็ปาไป 120 บาท ถ้าบ้านเราขายข้าวกล่องราคา 120 บาท นะครับผมว่าดีกว่า ของญี่ปุ่นเเน่นอนครับ เเต่ใครมันไปซื้อหละครับ จริงมะ

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

เกมส์ที่ภาพสวยที่สุดในโลก












   เกมส์ที่ภาพสวยที่สุดในโลกตอนนี้ คือคงไม่ใช่มีเกมส์เดียวหรอกนะครับ เเต่ตามความเห็นผมเเล้วนะครับ เกมส์ที่ภาพสวยที่สุดในโลกเนี่ยตอนนี้ผม เห็นมีอยู่  6 เกมส์นะครับ  ส่วนใหญ่เเล้วเป็นเกมส์ทางเครื่องคอนโซลครับ  killzone 3   uncharted 2  god of war 3  crysis 2  gear of war 3  Gran Turismo5  เนี่ยครับ ตามความเห็นของผมตอนนี้นะครับว่า คงมีเเค่ 6 เกมส์นี่หละครับที่ภาพสวยที่สุดตอนนี้เเล้ว ครับ เเต่ผมไม่เเน่ใจนะครับว่าปีหน้า uncharted 3 จะเป็นเกมส์ที่ภาพสวยที่สุดหรือเปล่าเพราะตอนภาค 2 ออกใหม่หลายๆ คนตะลึงกันเลยทีเดียวกับ ภาพที่สวยสดงดงามครับ เเต่คำชมเกมส์นี้ต้องหมดไปครับ เมื่อ god of war 3 ออกครับ เเต่ปลายปีนี้จะมีเกมส์ที่สวดโคตรออกมาอีกเกมส์นึงครับ ใครมี ps 3 ก็หาเล่นกันได้ครับ เกมส์นั้นก็คือ gt5 หรือ Gran Turismo5  นั้นเองครับพี่น้อง

อี ซู มาน ประธาน SM Entertainment






ตอนเเรกผมก็ไม่รู้จักหรอกครับ ว่า อี ซู มาน นี่เป็นใคร คือไม่สนใจด้วยครับ เเต่ พอดีได้ยินว่ากระทำรุนเเรงกับ นักร้องในสังกัด หลายคน อันนี้ผมก็ไปค้นข้อมูลอี ซู มาน มาครับ ส่วนใหญ่เเล้วก็เป็นเเค่ข่าวลือหนะครับ คือจะบอกยังไงหละครับ การทำงานเเบบที่ได้ยินมามันเรื่องปกติ ของการทำงานในสังคมเกาหลีเค้าครับ คือ ต้องปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด เด็ดขาด ห้ามมีเเฟน อะไรพวกนี้ ต้องมาอยู่หอพัก ที่บริษัท อะไรอย่างนี้เป็นต้น ได้ยินเเบบนี้เป็นบ้านเราคงเเปลกครับ ที่ อี ซู มาน ทำเเบบนั้น เเต่เอาเข้าจริงๆ เเล้วผมว่า มันจะส่งผลดีต่อผลงานนะครับ ผมอยากให้ยกตัวอย่าง สังคมบันเทิงบ้านเรา เนี่ย มันเละเทะไปหมดเเล้ว หละครับ บางคนเค้าพูดออกมาเลยว่าสังบันเทิงไทยเนี่ย เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน ครับ  กลับมาที่เรื่อง อี ซู มาน ประธาน SM Entertainment สิ่งที่ทำให้ผมสนใจ เค้าคนนี้ก็เพราะตัวเองชอบ SNSD เป็นทุนหลักอยู่เเล้วหละครับ มาดูประวัติ อี ซู มานกันครับ พี่น้อง อาคารสำนักงานความสูงสี่ชั้นในย่านชองดัม เขตแฟชั่นสุดโต่งในกรุงโซล เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ SM Entertainment บริษัทชั้นนำของประเทศ ที่ค้นพบและให้กำเนิดศิลปินชั้นแนวหน้า ที่มารวมกันไว้มากที่สุดของเกาหลี เมื่อเทียบจากประวัติการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอันแสนยาวนาน แต่ทว่าอาคารสำนักงานนี้ก็ไม่ได้มีจุดเด่นสำคัญแต่อย่างใด ไม่มีแม้กระทั่งป้ายชี้ไปยังสำนักงาน แผ่นผ้า หรือแม้กระทั้งธงใดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะบรรดาเด็กนักเรียนที่ต่างมารอศิลปินที่ตนรักอยู่ที่ทางเข้าของอาคาร


หรือลายกราฟฟิคที่วาดลงบนกำแพงซึ่งมีข้อความว่า I Love You, TVXQ! แล้วล่ะก็ก็คงไม่มีใครสังเกตุได้ว่าตึกนี้คือบริษัท SM Entertainment บริษัทได้กล่าวว่าไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดที่ต้องปรับปรุงอาคารให้โดดเด่นมากขึ้น เนื่องจากตอนนี้ก็มีผู้มาเยี่ยมมากมายอยู่แล้ว รวมไปถึงในบริเวณใกล้กันนั้นยังเป็นที่ตั้งของ คิมจงฮัก โปรดักชั่น บริษัทผู้ผลิตผลงานชั้นนำของประเทศเกาหลี รวมไปถึง โรงเรียนมัธยมชองดัม ซึ่งเป็นแหล่งที่บรรดานักเรียนต่างให้ความสนใจในวงการบันเทิงอย่างมาก

สำนักงานของ อีซูมาน ( Lee Soo Man ) ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท SM Entertainment ที่ดูภายนอกสุดแสนจะธรรมดา แต่มีสิ่งเดียวที่จะแยกความแตกต่างออกมาจากสำนักงานทั่วไปนั้นได้คือ จำนวนถ้วยรางวัลกว่า 300 รางวัลที่ศิลปินในเครือ SM คว้ามาครองจากรายการเพลงต่างๆ เช่น H.O.T, S.E.S, Shinhwa, BoA, TVXQ และ Super Junior ซึ่งวางอยู่กลมกลืนกับบรรดาภาพถ่ายของศิลปิน และสถานที่นี้จะเป็นสถานที่ที่ศิลปินมักจะใช้เพื่อเซอร์ไพรส์ อีซูมาน ในวันครบรอบวันเกิดของเขาอีกด้วย

เส้นทางการทำงานอย่างหนักของ อีซูมาน ซึ่งส่งผลให้เขามายืนอยู่ในจุดนี้ เขาดูเหมือนจะเป็นคนที่สงบเสงี่ยม และพยายามจะลดการต่อกรต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่า ศิลปินของ SM สามารถเต้นได้แต่ไม่สามารถร้องเพลงได้ เว้นแต่ BoA, Super Junior และ TVXQ! ที่พอจะรับได้บ้าง ทางด้านเกาหลีเองนั้นก็มีความคิดเห็นออกมาเป็นสองกรณี กล่าวคือ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อีซูมาน นั้นมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านการตลาด ในการบริหารวัฒนธรรมเพลงป็อปเกาหลีไปสู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขาก็ถูกหลายคนกล่าวว่า เขาทำให้วงการเพลงเกาหลีต้องเสียชื่อเสียงจากบรรดาศิลปินวัยรุ่นหน้าใหม่ ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยให้ทุกคนมองภาพลักษณ์ของการเป็นผู้รับผลประโยชน์สูงสุด ในวงการบันเทิงได้ดีขึ้นแต่อย่างใด




ล่าสุดกับการให้สัมภาษณ์ของ อีซูมาน กับสำนักข่าว จุงอังอิลโบ เขาเปิดเผยว่า ...การโหลดเพลงอย่างผิดกฏหมายที่มีเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงรายได้จากโฆษณาที่ลดต่ำลง ความหวังเดียวของเราก็คือตลาดนอกประเทศ เป้าหมายของเราคือ.. แน่นอนล่ะ ประเทศจีน ฮอลลีวู้ดแห่งใหม่ของโลก มันเป็นความฝันของเราที่เพลงเกาหลีและญี่ปุ่นจะได้ไปพบกันในจุดเดือด ซึ่งอยู่ในตลาดจีน เพื่อค้นหาว่าใครยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย ก่อนที่เราจะไปบุกตลาดโลกอย่างในอเมริกาและยุโรป สำหรับการเปิดตัวของ BoA ในอเมริกานั้น พวกเราค่อนข้างเดินเกมอย่างระมัดระวัง เราจะไปก็ต่อเมื่อเราประสบความสำเร็จแล้วเท่านั้น...



อีซูมาน เข้าสู่วงการด้วยการเป็นนักร้องในปี 1970 หลังจากนั้น 20 ปีถัดมา เขาก็ได้ปั้นศิลปินฮิพฮอพคนแรกของประเทศเกาหลีอย่าง ฮยอนจินยอง ( Hyun Jin Young ) โดยมีเพื่อนร่วมงานเป็นนักแต่งเพลงอย่าง ยูยองจิน ( Yoo Young Jin ) นักแต่งเพลงมากความสามารถที่เนรมิตผลงานให้ SM อยู่จนถึงทุกวันนี้ อีซูมาน ก่อตั้ง SM Entertainment เพื่อเฟ้นหาศิลปินวัยรุ่นหน้าใหม่ เขาปลุกปั้นศิลปินเหล่านั้น สอนเต้น สอนการร้องเพลง และภาษาต่างประเทศด้วยคุณภาพเทียบเท่าศิลปิน



ในกรณีตัวอย่างของ TVXQ! และ Super Junior การฝึกฝนด้านการเต้นนั้นหนักหนาสาหัสเป็นอย่างมาก SM Entertainment กล่าวเกี่ยวกับคำพูดที่ว่า "หนึ่งแหล่ง หลายการใช้งาน ( หนึ่งศิลปิน หลายสายอาชีพ )" นั้นเพื่อเป็นการคงสถานะของศิลปินให้อยู่ไปอย่างยาวนาน ซึ่งส่งผลให้มีสื่อด้านการตลาดในหลากหลายรูปแบบ ที่จะวิ่งเข้าหาศิลปินคนนั้นๆได้ เมื่อปีที่แล้วการก่อตั้ง SM Pictures และได้สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับ Super Junior ส่งผลให้แฟนๆ สามารถจ่ายเพื่อซื้อทุกสิ่งเกี่ยวกับศิลปินที่ตนชื่นชอบนั้น ถือเป็นความสำเร็จของ SM Entertainment อย่างมาก



ทุกวันนี้ SM Entertainment มีธุรกิจย่อยในเครือกว่า 40 ธุรกิจ รวมไปถึงการผลิตละครและคาราโอเกะ ในปีนี้บริษัทจะยังได้เสนอละครเวทีอย่างเรื่อง Xanadu ซึ่งมี คังอิน และ ฮีชอล ร่วมแสดงอยู่ในนั้น จากผลสำรวจล่าสุด อีซูมาน เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสามในวงการบันเทิงเกาหลี รองจากนักร้อง/โปรดิวเซอร์ JYP ( อันดับ 2 ) และ แบยองจุน ( อันดับ 1 ) เขากล่าวว่า ...ตอนที่ผมเป็นนักร้อง ผมรู้สึกเจ็บปวดภายในใจเมื่อเห็นแฟนๆ ในประเทศกลับไปคลั่งไคล้นักร้องต่างชาติอย่าง Leif Garrett หรือ New Kids on the Block ผมอยากให้แฟนเพลงเหล่านั้นหันมาให้ความนิยมกับศิลปินในบ้านเกิดของเรา



ผมมั่นใจว่าตลาดในวงการบันเทิงของเราจะเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ผมรู้ว่ามีหลายคนวิจารณ์เราอย่างหนัก ทั้งการทำให้วงการเพลงนั้นต้องเปลี่ยนไป จากการลิปซิ้งของนักร้องวัยรุ่น แต่ผมกลับเชื่อมั่นว่าวงการเพลงของเราก็เหมือนการออกเสียงในการเมือง คุณให้คะแนนกับนักการเมืองที่คุณสนับสนุน คุณก็ซื้ออัลบั้มของศิลปินที่คุณชื่นชอบเช่นเดียวกัน นี่เป็นหนทางแห่งความอยู่รอดในวงการเพลงของเรา ในวงการเพลงที่เต็มไปด้วยนายทุน

มันเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าศิลปินที่แท้จริงนั้นเป็นส่วนสำคัญต่อตลาดเพลงซึ่งมีผลต่อตัวเลขทางการเงินอย่างมาก ผมไม่เคยเห็นด้วยเลยที่ผู้คนมักจะเรียกศิลปินของเราเป็นเพียงแค่ไอดอลเท่านั้น เราไม่ใช่เอเจนซี่สร้างไอดอล แต่เป้าหมายของเราคือการบุกตลาดในต่างประเทศ อีกอย่างผมก็ไม่เห็นว่าจะต้องให้คำนิยามว่า คุณเป็นศิลปินที่แท้จริงหรือไอดอลแต่อย่างใด ผมคิดว่าวัฒนธรรมการฟังเพลงของเราก็คือการได้สนุกในสิ่งที่คุณชื่นชอบครับ...

สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่สำคัญของ อีซูมาน เขาจะฉลองวันเกิดครบรอบ 56 ปี ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ รับรองว่าศิลปินในสังกัดอย่าง BoA, Girls' Generation, KANGTA, SHINee, Super Junior, TVXQ จะไม่มีวันลืมวันสำคัญเช่นนี้อย่างแน่นอน พวกเขาจะต้องเตรียมตัวส่งผ่านความรักในหลากหลายวิธีจากพวกเขา ซึ่งมีต่อ อีซูมาน อย่างแน่แท้

จากที่ได้ดู สำนักงาน SM Entertainment  ของ อีซูมาน เเล้ว ก็คิดว่าเค้าก็ทำถูกนะครับเพราะถึงจะทำอาคาร สวยหรู เเต่ผลงานออกมาห่วยเหมือนค่ายเพลงบ้านเรา ก็อย่างดีกว่านะครับ เพราะนักร้องพวกนี้ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีเเก่เยาวชน ครับ ดู เเจบอม วง 2PM ซิครับ พูดไม่ดีเกี่ยวกับเกาหลี ก็อยู่ไม่ได้เลย ดีเเล้ว ครับ เพราะผมก็ไม่อยากได้ยินข่าวว่า สาววง snsd ทำตัวไม่ดีอะไรพวกนี้

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

ฮาชิ สุนัขยอดกตัญญู


พอดีเร็วๆ นี้ผมมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องหนึ่งครับผมได้มานานมากเเล้วครับประมาณ 2 เดือนได้ครับ เเต่ไม่เคยดูเลยครับ เพราะไม่น่าดูอะครับ เเต่ผมเห็นคนโหลดกันเยอะก็เลยเอาซะหน่อยครับ หนังเรื่องนั้นชือว่า ฮาชิ ครับ ที่ริชาร์ด เกียร เล่นเป็นพระเอกหนะครับ ผมดูเเล้วน้ำตาใหลเลยครับ ครับ หนังเรื่องฮาชินี่ดีมากมายครับ อยากให้เพื่อนหาดูกันครับ หนังเรื่องนี่เเต่งจากเรื่องจริงนะครับ เเต่เรื่องจริงนี่ไม่ได้เกิดในอเมริกาครับ เเต่เกิดใน ญี่ปุ่นนานมากเเล้วครับ โดยมีประวัติดังนี้ครับ ถ้าใครเคย เดิน ผ่านแถว ชิบูยะ ไม่รู้จักรูปหล่อสุนัขอันโด่งดัง ชื่อ ฮาจิโกะหรือฮาจิ ก็จะรู้สึกแปลกสักหน่อย เพราะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่นีหรือจุดนัดพบที่สำคัญซะแ ล้ว ยิ่งได้อ่านประวัติความเป็นมาแล้ว จะซาบซึ้งมาก มารู้จักเจ้าตัวนี้กันสักหน่อยดีกว่า


“สิ่งที่ยังคงอยู่เหลืออยู่ใน ปัจจุบันนี้คือ ความกตัญญูต่อเจ้าของ ซึ่งเป็นตัวแทนให้ระลึกถึงความซื่อสัตย์ โดยการเฝ้าการกลับมาของเจ้านายอยู่เสมอ” น่าจะเป็นคำพูดที่กล่าวถึงเจ้าฮาจิโกะได้ดี

ฮาจิโกะเป็นสุนัขสายพันธ์อากิตะ ซึ่งลืมตาขึ้นมาดูโลกเมื่อ 10 พฤศจิกายน 1923 ในจังหวัดอากิตะ โดยเมื่ออายุได้เพียง 2 เดือนเจ้าฮาจิโกะถูกส่งตัวไปอยู่กรุงโตเกียวกับเจ้าน ายของมันคือ เอชะบุโระ อุเอะโนะ (Hidesamuroh Ueno) ศาสตราจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล (มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน) ซึ่งศาสตราจารย์รู้สึกภาคภูมิใจกับเจ้าฮาจิโกะเป็นอย ่างมาก เนื่องจากมันเป็นสุนัขอากิตะสายพันธุ์แท้ซึ่งหาได้ยากในสมัยนั้น
ใน วันที่นายต้องไปสอนหนังสือ ฮาจิโกะจะคอยส่งเจ้านายถึงประตูหน้าบ้าน โดยอุเอะโนะต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีชิบุยะ จากนั้นเมื่อถึงเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแล้ว เจ้าฮาจิโกะจะมากระดิกหางรอพบเจ้านายของมันที่สถานีร ถไฟอยู่เสมอ แต่แล้ววันหนึ่งในวันที่ 21 เดือนพฤษภาคม 1925 ศาสตราจารย์ อุเอะโนะ เกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตก และเสียชีวิตขณะอยู่ที่มหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ในวันนั้น ฮาจิโกะยังคงมารอเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟ โดยไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันจะไม่ได้พบกับเจ้านายของมันอีกแล้ว เนื่องจากเขาได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
หลังจากที่ศาสตราจารย์อุ เอะโนะเสียชีวิต ภรรยาของเขาได้ย้ายบ้านไปและนำเจ้าฮาจิโกะไปให้กับญา ติของศาสตราจารย์ที่ อยู่ห่างออกไปจากสถานีรถไฟหลายกิโลเมตร แต่ว่าเจ้าสุนัขพันธุ์อากิตะผู้ ซื่อสัตย์กลับไม่ยอมอยู่กับเจ้านายใหม่ของ มัน เพราะทันทีที่มันหนีหลุดออกมาได้ มันวิ่งตรงไปที่บ้านเก่าของมันแต่เมื่อไม่เจอใคร มันจึงกลับไปรอที่สถานีรถไฟเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าน ายของมันยังมีชีวิตอยู่ โดย คิคุซะบุโระ โคบายาชิ อดีตคนสวนของศาสตราจารย์ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับสถานีรถ ไฟเป็นคนคอยดูแลเจ้าฮา จิโกะแทน
ทุกวันเมื่อถึงเวลา 15.00 น. เจ้าฮาจิโกะจะวิ่งไปรอเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟไม่เ คยขาด ทุกครั้งที่รถไฟเข้า มันก็จะชูคอชะเง้อมองหานายของมัน ทำแบบนั้นตรงเวลา เหมือนเดิมเช่นทุกๆ วัน ปฏิบัติแบบนั้นตลอดระยะเวลา 10 ปี บางคนก็ให้อาหารบ้าง และสงสัยว่า อาจจะเป็นเพราะหิวอาหารจึงมาทุกวัน แต่เมื่อดูพฤติกรรมอย่างถ่องแท้แล้ว มันจะมาเฉพาะช่วงตอนเย็นเท่านั้น โดยเฉพาะการชะเง้อมองรถไฟขบวน เวลา 15.00 น.เมื่อเข้าจอด ซึ่งไม่ใช่มาเพื่อหาอาหารกิน ทำให้เรื่องราวความซื่อสัตย์ของมัน เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวของมันถูกตีพิมพ์ลงบนหนังสือพ ิมพ์ยักษ์ใหญ่ของ ญี่ปุ่นในปี 1932 ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศเดินทางมาดู มาเล่นกับเจ้าฮาจิโกะ นอกจากนั้น ชาวญี่ปุ่นยังได้ยกให้เจ้าฮาจิโกะเป็นแบบอย่างที่ดีส ำหรับเด็กๆอีกด้วย
ชื่อเสียงความภักดีของฮาจิได้รู้ไปถึงพระราชินีญี่ปุ ่น พระองค์จึงได้ทรงให้ช่างหล่อรูปทองแดง ฮาจิโกะ สร้าง
ขึ้น ในเดือนเมษายน 1934 โดย อันโดะ เทะรุ ศิลปินชื่อดัง เพื่อยกย่อง และนำไปตั้งไว้ที่สถานีรถไฟชิบูยะ อย่างไรก็ตาม วันที่ 8 มีนาคม 1935 ฮาจิโกะก็ได้กลับไปพบกับเจ้านายของมันอีกครั้ง โดยมีคนพบว่าฮาจิโกะนอนตายยังจุดที่มันคอยมารอเจ้านา ยของมัน ที่ทำมาทุกวันมานานกว่า 10 ปี ซึ่งข่าวการตายของฮาจิโกะนั้นถือว่าเป็นข่าวใหญ่มาก จนถูกตีพิมพ์ลงบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น สำหรับร่างของฮาจิโกะนั้นถูกนำไปเก็บรักษาเอาไว้ที่พ ิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แห่งชาติ ในกรุงโตเกียว
แม้ว่าฮาจิโกะจะจากไปแล้วแต่เรื่องที่น่า สนใจจากฮาจิโกะยังคงไม่จบ เนื่องจากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้เหล็กและโลหะเป็นอย่างมาก จนถึงกับต้องเอารูปหล่อของเจ้าฮาจิโกะมาหลอมเลยทีเดี ยว กระนั้นความซื่อสัตย์ของฮาจิโกะยังคงไม่เคยถูกลืมไปจ ากใจชาวญี่ปุ่น เพราะในเวลาต่อมาได้มีการจัดทำรูปหล่อของฮาจิโกะขึ้น มาอีกครั้งในเดือน สิงหาคม 1947 และศิลปินผู้รับหน้าที่นี้ก็คือ อันโดะ ทะเคะชิ ลูกชายของ อันโ ดะ เทะรุ ผู้ที่ทำหน้าที่สร้างรูปหล่อฮาจิโกะเมื่อครั้งแรกนั้ นเอง ซึ่งปัจจุบันจุดที่รูปหล่อฮาจิโกะตั้งอยู่นั้นได้กลา ยเป็นจุดนัดพบยอดนิยม ของย่านชิบูยะ  ผมว่า ใครที่ได้ยินเรื่องพวกนี้เเล้วอยากซื้อ หมา พันธุ์นี้มาเลี้ยงเนี่ย ผมว่ามันไม่ทุกตัวหรอกครับ มันขึ้นอยู่กับเราเลี้ยงเเละรักมันหรือเปล่าครับ

ดาราเกาหลีที่ดังที่สุดในไทย ยุนอึนเฮ




ถ้าถามว่าดาราเกาหลีที่คนไทยคุ้นหน้าที่สุดเเละ เป็นดาราเกาหลีขาประจำช่อง 7 ที่เอามาฉายวันเสาร์-อาทิตย์ เนี่ยคงหนีไม่พ้น นักเเสดง น่ารัก ใสๆ อย่าง ยุนอึนเฮ นี่เเหละครับ เพราะ เธอฝากผลงานไว้มากมาย เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น  รักวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา   รักวุ่นวายกับเจ้าชายกาเเฟ  เเละเรื่องล่าสุด my fair lady หรือ คุณหนูครับมีรักมาเสิร์ฟ ซึ่งกำลังฉาย ช่อง 7 ตอนนี้ครับ ก็อย่างที่บอกหละครับว่า ยุน อึน เฮ เนี่ยเป็นดาราเกาหลีที่ดังที่สุดในไทย ก็ว่าได้ครับ เพราะเธอน่ารัก  ส่วนประวัติของนักเเสดงมากฝีมือคนนี้ นะครับ ยุนอึนเฮ น้องเล็กแห่งวง Baby V.O.X. เธอเป็นสมาชิกที่เข้ามาคนสุดท้ายและอายุน้อยที่สุดในวง เธอเข้ามาในวงนี้ในปี 1999 ซึ่งในขณะนั้นเธอมีอายุได้เพียง 15-16 เท่านั้น โดยเข้ามาแทนสมาชิกคนเดิมคือ ลีไก และก็ได้ออกอัลบัมร่วมกับนักร้องรุ่นพี่ในวง ในอัลบัมชุด come come come baby เป็นอัลบัมแรกของอึนเฮ แต่เป็นอัลบัมที่ 3 ของวง Baby V.O.X. ซึ่งอัลบัมนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างสูง


วง Baby V.O.X. ประกอบไปด้วยนักร้องสาว 5 คน ต่างสไตล์กัน คือ คิมอีจี, ชิมอึนจิน, ลีฮีจิน, คานมิยอน และ ยุนอึนเฮ ทั้ง 5 คนมีความสามารถทั้งร้องและเต้น ในการเข้ามาของยุนอึนเฮนั้น ด้วยความน่ารักของเธอช่วยเติมเต็มให้ Baby V.O.X. สมบูรณ์ ทำให้ Baby V.O.X. เป็นวงที่มีนักร้องสาวครบทุกสไตล์ ทั้ง สาวสวย สาวเปรี้ยว สาวหวาน สาวห้าว และสาวน่ารักอย่างอึนเฮ และด้วยความสามารถในการร้องการเต้นของทั้ง 5 คน บวกกับเสน่ห์ในแต่ละแบบของสมาชิกแต่ละคน ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว สมาชิกทั้ง 5 คนนี้ จึงอยู่กันมาอย่างยาวนาน และออกอัลบัมตามมาอีกหลายชุด ซึ่งทุกชุดก็ได้รับความนิยมอย่างสูง
นอกจากอึนเฮจะเป็นที่รู้จักจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกวงดังอย่าง Baby V.O.X. แล้ว เธอยังได้รับความนิยมจากรายการเกมโชว์ X-MAN ซึ่งเธอได้ไปออกบ่อยมาก นอกจากนี้เธอยังมีความสามารถในการวาดรูป ในการออกแบบเสื้อผ้า และในอัลบัมก็ยังมีเพลงที่เธอแต่งเองรวมอยู่ด้วย
Baby V.O.X. ไม่เพียงโด่งดังมากในประเทศเกาหลี แต่ยังดังไปทั่วเอเชีย เป็นวงนักร้องหญิงกลุ่มแรกๆของเกาหลีที่สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วในหลายๆประเทศ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วย อัลบัมของพวกเธอถูกจำหน่ายออกไปทั่วเอเชีย และได้ออกอัลบัมเป็นภาษาอังกฤษ พวกเธอไปโปรโมทอัลบัมยังประเทศต่างๆ และทุกที่ที่ไปก็จะมีเหล่าแฟนคลับให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมากขึ้นในทุกๆครั้งที่ไป และความดังของพวกเธอก็ข้ามทวีปไป ไม่ใช่แค่ในเอเชียอย่างเดียวแล้ว Baby V.O.X. ได้ก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
แต่แล้วในปี 2004 ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนคลับช๊อคขึ้นเมื่อ ชิมอึนจิน หนึ่งในสมาชิกของวง ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทางต้นสังกัด เพื่อที่เธอจะก้าวเดินไปในเส้นทางของตัวเธอเอง ทำให้สามาชิกเหลือเพียง 4 คน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้น ไม่นานอึนเฮน้องเล็กของวง ก็ออกจากวงไปด้วย โดยเธอจะหันไปเอาดีทางงานการแสดงละครและภาพยนตร์ และหลังจากนั้น Baby V.O.X. ก็เป็นอันต้องแยกวงไป หลงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำ
หลังจากออกจากวง Baby V.O.X. แล้ว อึนเฮมามุ่งมั่นกับงานละคร เธอมีงานภาพยนตร์ 1 เรื่อง คือเรื่อง Charisma และมีงานละคร เรื่อง Goong ซึ่งเป็นละครที่ได้รับนิยมอย่างมากในเกาหลี ส่งให้เธอขึ้นไปเป็นนางเอกอันดับต้นๆของวงการ และละครเรื่องนี้จะถูกนำไปฉายในหลายประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้เธอซึ่งเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว โด่งดังและได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก เหล่าแฟนคลับของเธอที่มีอยู่มากมายในหลายประเทศ ต่างใจจดใจจ่อที่จะรอดู ยุนอึนเฮในมาดใหม่ ในฐานะของนักแสดง แม้เธอจะไม่ได้อยู่ในวงดังอย่าง Baby V.O.X. แล้ว แต่ในปัญจุบันเธอก็โด่งดังจากงานละครของเธอเอง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าถึงแม้จะไม่มี Baby V.O.X. แล้ว เธอก็ยังก้าวเดินไปอย่างมั่นคงบนเส้นทางความฝันของเธอ
ในช่วงที่อยู่ในวงยุนอึนเฮได้เดินทางไปหลายประเทศ ในนามของ Baby V.O.X. เพื่อโปรโมทอัลบัม และหนึ่งในประเทศที่มาบ่อยๆก็คือประเทศไทย เนืองจากสาวๆทั้ง 5 คน ต่างก็ชอบเมืองไทย พวกเธอมาทั้ง โปรโมทอัลบัม, แสดงคอนเสริท, ถ่ายมิวสิควีดีโอ, รับรางวัล, มาช่วยซึนามิ และล่าสุดอึนเฮก็ได้มาที่เมืองไทยอีกครั้งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเพื่อมาถ่ายทำโฆษณา DHC แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้มากับสมาชิกในวงแล้ว
แม้ว่าหลังจากนี้ไปเราอาจไม่มีโอกาศเห็นอึนเฮในนามของ Baby V.O.X. อีก แต่เราจะได้เห็นอึนเฮในฐานะของนักแสดงผู้มากความสามารถ เธอจะไล่ตามความฝันของเธอด้วยตัวของเธอเอง โดยจะมีเหล่าแฟนคลับทั้ง แฟนคลับรุ่นเก่าที่เป็นแฟน Baby V.O.X. อยู่แล้ว กับแฟนคลับรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบผลงานการแสดงของเธอ คอยเป็นกำลังใจ อยู่เคียงข้างเธอตลอดไป

น่ารักจริงใช่เปล่าครับ ผมชอบ อึนเฮ พอๆ กับ ยุนอา เลยนะครับ เพราะ เธอน่ารัก เเละ เเสดงได้ดีมากมายครับ ดังนั้นจะบอกว่า เธอคือ ดาราเกาหลีที่ดังที่สุดในไทย ก็ไม่ผิดเเปลกนักนะครับ พี่น้อง

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

อาหารยอดนิยมในเกาหลี

    พี่สาวผมทำงานท่องเที่ยวเกาหลี ครับไม่มีอะไรมากครับ รวบรวมคนไทยไปเกาหลีอะครับ ไปก็เล่าให้เราฟังบ่อยว่าอาหารที่เกาหลีเนี่ย สวยน่ากิน เเต่ไม่อร่อย ซะงั้นผมก็เลยถามมันว่าในเกาหลีเนี่ยมีอะไรน่ากินหรือเปล่า พี่สาวมันก็เลยบอกว่า อาหารยอดนิยมในเกาหลี มีอะไรบ้างครับ มาดูกันครับว่า ที่คนเกาหลีเค้านิยมกินกันเนี่ยมีอะไรที่เรารู้จักบ้างครับ เริ่มด้วยไอ้นี้เลยครับ เห็นอยากกินกันจริงไอ้พวกติ่งหูเเถวบ้านผมเนี่ย

- เมนูคาลบี  เป็นอาหารพื้นเมือง เกาหลี ที่เลื่องชื่อและรู้จักกันดีทั่วโลก มีรสชาติออกหวาน นุ่ม และกลมกล่อม นำ หมูสเต๊กส่วนที่ติดกับกระดูก (เชื่อว่าเป็นส่วนที่อร่อยที่สุด) ย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิม และตัดเป็นชิ้นพอคำ ห่อทานแบบเมี่ยงคำไทย โดยใส่น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว และเครื่องเคียงที่ชอบ หรือข้าวสวยร้อนตามที่ชอบ บริการเครื่องเคียงต่าง ๆ และน้ำซุปสาหร่าย

-เมนู ชาบู ชาบู อาหาร พื้นเมืองตั้งแต่สมัยมองโกเลีย บุกคาบสมุทร เกาหลี ลักษณะคล้ายสุกี้หม้อไฟของญี่ปุ่น โดยนำเครื่องเคียงต่าง ๆ เช่นผักหลากชนิด เห็ดตามฤดู โอเด้ง เบคอนหมูที่จัดเตรียมไว้ มาจัดเรียงให้สวยงามในหม้อ เวลาทานเติมน้ำซุปชาบูปรุงรสแล้วต้มให้เดือด แล้วนำอูด้งสดลงต้ม สามารถรับประทานเป็นอูด้งร้อนและทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ น้ำจิ้มซีอิ๊ว เกาหลี และเครื่องเคียงต่าง ๆ
-เมนูซัมเกทัง ไก่ตุ๋นโสมเกาหลี เป็น อาหารวังในสมัยก่อนปัจจุบันเป็นอาหารเลื่องชื่อของเมืองหลวง เชื่อกันว่าบำรุงและเสริมสุขภาพ เสริฟท่านละ 1 ตัว ในหม้อดินร้อน ภายในตัวไก่จะมีข้าวเหนียว รากโสม พุทราแดง เกาลัด เสริฟพร้อมเครื่องเคียง เส้นขนมจีน เหล้าโสม พริกไทยดำ และเกลือ
-ไก่บาบีคิวผัดซอสเกาหลี เป็น อาหารเลื่องชื่อของเมืองชุนชอน โดยนำไก่บาบีคิว ต้อก (ข้าวเหนียวปั้นเกาหลี) มันหวาน ผักต่าง ๆ ลงผัดกับซอสพริกเกาหลีในกระทะแบน วิธีการทานแบบเมี่ยงคำไทย โดยห่อกับผักกาดแก้วเมื่อทานไประยะหนึ่งจะนำข้าวสวยและสาหร่ายแห้งมาผัดรวม กับทักคาลบี เพื่อให้เกิดอาหารชนิดใหม่ คือ หรือข้าวผัดพริกไก่ที่ทั้งหอมและน่ารับประทาน เสริฟพร้อมเครื่องเคียงและซุปประจำวัน

-เมนูบีบิมบับ ข้าวยำเกาหลีอาหาร ครบคุณค่าโภชนาการ และเป็นอาหารยอดนิยมที่คน เกาหลี นิยมทานกันมากที่สุด นำข้าวสวยใส่ในหม้อดินร้อน นำส่วนผสมต่าง ๆ จัดเรียงบนข้าวสวย เวลาทานนำไข่ไก่และซอสบีบิมบับ ผสมคลุกเคล้ากับข้าว และส่วนผสมต่าง ๆ ให้เนียนจนเข้ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมการทานของแต่ละคนเสริฟพร้อมหม้อไฟทะเล

เอาไปดูเเค่นี่ก่อนครับ เเต่ละชื่องงกันอะดิ เพราะบางคนรู้จักเเต่ข้าวหน้ากิมจิ เเค่อย่างเดียว 555+ ลองดูครับในเมืองไทยก็มีขายนะครับ เเต่ บางร้านจะทำเเบบ ให้เข้ากับคนไทยได้ง่ายขึ้นหนะครับ เพราะ รสต้นตำหรับ ผมว่าคนไทยคงไม่ชอบหละครับ เเละ อาหารเกาหลีที่ผมชอบนะครับ มีอย่างเดียวเองหละครับคือ หมูย่างเกาหลีครับ

โสมเกาหลี ยาชะลอความเเก่จริงหรือ



            

คือผมเคยได้ยินมานะครับคนเกาหลี เนี่ยมีอายุเฉลี่ย ประมาณ 80 ปี ถือว่ามากนะครับ 80 ปีเนี่ยตอนเเรกเราก็นึกว่า ผิดหรือเปล่าเเต่จริงๆ เเล้วไม่ผิดหรอกครับเพราะคนเกาหลีเนี่ยบริโภค กันเป็นประจำเหมือนบริโภค เเตงกว่าบ้านเราเลยครับ เเละโสมที่นั้นก็หาง่ายด้วยครับ เพราะโสมมันขึ้นบนพืนที่เป็นภูเขา เเละอากาศเย็นหนะครับ โสมธรรมดาบ้านเรานี้ถ้านำมาขายก็หลายเงินอยู่ครับ เเต่ที่นั้นมีโสมหลายเกรดครับ ธรรมดาถึงเเพงๆ มากมากเลยครับ เช่นโสมภูเขาหนะครับ คือบ้านผมอยู่ราชบุรีเเต่ก็ยากบริโภคโสมเเต่หาไม่ได้เลย ครับ ที่เค้าบอกว่า เนี่ยของเเท้ผมก็ไม่กล้าซื้อหนะครับ  คราวนี้เราลองมาดูลักษณะโสมที่ดีกันดีกว่าครับ คนจีนถือเป็นยาอายุวัฒนะที่วิเศษที่สุด แก้โรคได้สารพัด ที่ทำให้อายุยืนยาว

โสมเกาหลีนั้นมีคนมาบรรยายให้ฟังถึงสรรพคุณต่าง ๆ มากมายจนในโลกนี้ไม่มียาอะไรดีเท่าโสมเกาหลีแล้วและไม่มีโสมที่ใดที่จะดีเลิศประเสริฐศรีเท่าโสมเกาหลีใต้ที่รักษาได้ทุกโรคเสมอไป


คนที่มีความดันสูงกินแล้วความดันจะลดลง คนความต่ำกินแล้วความดันจะสูงขึ้น คนป่วยกินแล้วจะหายป่วย คนปกติกินแล้วจะแข็งแรง คนแข็งแรงกินแล้วจะมีพลังทางเพศ

ในอดีตคนไทยไปเกาหลีจะซื้อโสมเกาหลีมาเป็นหอบ ๆ เพื่อมุ่งหวังเรื่องสุดท้าย (เพิ่มพลังทางเพศ)หลังจากที่ยาไวอากร้าคารีสออกมาทำให้โสมเกาหลียอดขายตกลงไปมาก

ในหลักวิชาการโสมเกาหลีหรือโสมจากประเทศใดก็คงคล้าย ๆ กัน คือ มีสารที่พืชสร้างแล้วมนุษย์เรานำมาใช้จริง ๆ แล้วก็เป็นสารคล้าย ๆ ที่เราเรียกว่า สเตียรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวหนึ่งที่ร่างกายคนเราผลิตขึ้นมาได้เอง บางครั้งฮอร์โมนตัวนี้ต่ำลงไป ร่างกายจะขาดพลังขับเคลื่อน ทำให้อ่อนเพลียพอได้รับประทานเข้าไปจะทำให้ร่ายกายสดชื่น

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีข้อดีย่อมมีข้อเสีย มีข้อเสียย่อมมีข้อดีมีคนบอกว่าดีหรือไม่ดีได้ผลหรือไม่ได้ผล แต่อยากขอเสนอวิธีคิด วิธีวิเคราะห์ หลักการของพุทธศาสนาบอกว่า ?อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ ? ต้องหาเหตุผลให้ชัดเจน คือต้องใช้ปัญญา
อุดมไปด้วยวิตามิน

โรคกระเพาะอาหาร งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าโสมช่วยรักษาและยับยั้ง ไม่ให้เกิดการลุกลามของอาการกระเพาะอักเสบได้เป็นอย่างดี

โรคมะเร็ง สารบางอย่างที่มีอยู่ในโสมนั้นสามารถกำจัดและทำลาย พิษรวมไปถึงสิ่งแปลกปลอมที่จะทำให้เซลล์เจริญเติบโตอย่างผิดปรกติได้ ได้มีการนำเอาโสมมาทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ถึงแม้จะไม่ทำให้หายขาดแต่ก็ช่วยยืดระยะเวลาให้ผู้ป่วยได้

ไข้หวัด โสมมีส่วยช่วยฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพในการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติของร่างกาย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็จะต้องดูแลตัวเองควบคู่กันไปด้วย

ปอดอักเสบ โสมช่วยป้องกันสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ด้วยการตัดโอกาสไม่ให้เชื้อโรคลามลงปอดได้

ตับอักเสบโสมมีสรรพคุณช่วยกำจัดสารพิษและแอลกอฮอล์ที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดได้เป็นอย่างดี

คอเรสเตอรอลสารโปซานินในโสมมีส่วนช่วยในการกำจัดโคเรสเตอรอล ส่งผลให้ปริมาณคอเรสเตอรอลดีเพิ่มมากขึ้นด้วย

ลิ่มเลือดโสมช่วยในการสลายลิ่มเลือด,ลดไขมันในเลือด แลยังช่วยป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดเกาะตัวกัน

เบาหวานโสมสามารถกระตุ้นให้ตับอ่อน สร้างอินซูลินได้ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในภาวะสมดุล

โลหิตจาง โสมช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดได้ดีขึ้น สร้างสารเม็ดสีในเม็ดเลือดแดง

ความดันต่ำโสมทำให้เจริญอาหารมากขึ้น หลับได้นาน อาการปวดเมื่อยต่างๆบรรเทาหายไป และทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น

ความเมื่อยล้า สารโปซานิน จะช่วยบรรเทาความเมื่อยล้า ช่วยทำให้ผ่อนคลายทั้งจิตใจและกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยมีกำลังวังชา

เสื่อมสมรรถทางเพศโสมจะเข้าไปบำรุงระบบไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น และช่วยเพิ่มปริมาณอสุจิ นอกจากเพิ่มจำนวนแล้วยังทำให้อสุจิแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ดี

ยาอายุวัฒนะในวัยทอง โสมจะช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น ขจัดความรู้สึกซึมเศร้า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์อวัยวะและชลอไม่ให้เสื่อมสภาพ หรือที่เรียกว่ามีฤทธิ์ชะลอความแก่ สารสกัดจากโสมมีฤทธิ์เป็น antioxidant ต้านการเกิด free radicals ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์แก่เร็ว

โสมเดือนห้า หรือโสมพันปี

จากวัตถุดิบที่เพาะปลูกตามธรรมชาติบนภูเขาสูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ อากาศที่เย็นตลอดทั้งปี รวมทั้งการเติบโตของโสมที่ปราศจากสารพิษใดๆเจือปน ทำให้เราได้วัตถุดิษของโสม ที่มีดีที่สุดในประเทศไทย

บ้านช่อตะวันภูมิใจนำเสนอ โสมเดือนห้าหรือโสมพันปี ที่ประเทศไทยเราสามารถเพาะปลูกได้ตามธรรมชาติ และจัดว่าเป็นโสมที่มีประโยชน์และคุณสมบัติไม่น้อยหน้า โสมเกาหลี กันเลยทีเดียว

เราได้คัดสรรโสพันปี เพื่อนำมาใส่ในยาอบตัวหลังคลอดให้กับคุณแม่ เพราะให้คุณแม่ได้รับประโยชน์และคุณค่าต่อสุขภาพและร่างกายดังนี้

เพื่อเพิ่มการสร้างพลังงาน นำพาออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้การขับสารพิษและของเสียที่อยู่ในร่างกายหญิงหลังคลอด ทำงานดียิ่งขึ้น

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง

ช่วยบรรเทาอาการวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือน

ลดการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียดจากต่อมหมวกไต

ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นปกติ

บรรเทาอาการปวดและผลข้างเคียงจากการคลอด (หรือปวดกระดูกจากการบล็อกหลัง)

เพิ่มภูมิต้านทานบำรุงโลหิต เมื่อบวกกับตัวยาตัวอื่นๆ ยิ่งทำให้สรรพคุณยาดีเลิศมากยิ่งขึ้น

ช่วยลดอาการอ่อนเพลียในระยะพักฟื้น

ช่วยทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดใส สดชื่น

ได้ยินมาดังนี้เเล้วชักอยากหาโสมมากินเเล้วอะดิเเต่ในเมืองไทยนี่จะขายหรือเปล่าอันนี้น่าคิดครับเพราะ โสมอย่างดีนี่เเพงมากทีเดียวกับ

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

โชเน็นจัมป์ คืออะไร






โชเน็นจัมป์ บางคนในบ้านเรานี่ไม่ค่อยรู้จักหรอกครับ เพราะ ผู้อ่านการ์ตูนในบ้านเราเนี่ยรู้จัก เเต่ boom ซีคิด พวกนี้เป็นหลักครับ เเต่ทาง ญี่ปุ่นนั้น หนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์เนี่ย ของเค้ามีมากมายครับ เเต่ที่เป็นที่รู้จักกันก็คือ นิตยสาร โชเน็นจัมป์ นี่เเหละครับ ส่วนกลุ่มเป้าหมายเนี่ยก็คือ เด็กผู้ชาย เป็นหลักครับ  ต้องบอกก่อนว่าทางนั้นเค้ามีการเเบ่งการ์ตูนที่หลากหลายกว่าเรามากครับ ทั้งการ์ตูนอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ สูงกว่า 18 ปี ครับ  เรามาเข้าเรื่อง โชเน็นจัมป์ กันดีกว่าครับ ปัจจุบัน นิตยสารเล่มนี้จำหน่ายได้สัปดาห์ละ 3.25 ล้านเล่มครับ เเต่ตอนช่วงที่ผ่านซัก 10 ปีก่อนมียอดพิมพ์ถึง 6 ล้านเล่มเลยครับ ส่วนราคาก็ไม่ได้เเพงครับ ประมาณ 250-290 เยน ครับ ถ้าผมจำไม่ผิดครับ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 70 บาทได้ครับ ถ้าคนอ่านญี่ปุ่นออกผมว่าคุ้มมากมายครับ มีเเผ่นพับเเถมมาเยอะเเยะครับ หน้าสีก็เยอะครับผมเคย กระเเดะซื้อมาครับ ที่คินุ หนะครับ มีการ์ตูน ประมาณ  20 เรื่องได้ครับ หน้าสีเเผ่นพับนี่ดีกว่า นิตยสารการ์ตูนบ้านเราที่บอกไปมากมายครับ เเต่การ์ตูนที่พิมพ์นี่บ้านเราดีกว่าครับ เเต่เทียบราคาถึงอ่านไม่ออก ถ้าจะซื้อ ผมก็เอา โชเน็นจัมป์ นี่เเหละครับ  ส่วนการ์ตูนยอดฮิต ตอนนี้ก็มี BLEACH  นารูโตะ  วันพีซ นี่เเหละครับ ที่ประครองนิตยสาร เล่มนี้อยู่ครับ เเละ ยังมีพวก กินทามะ  bakuman  นูระ รีบอร์น พวกนี้ด้วย ครับ เเต่สภาวะ ปัจจุบันตอนนี้ ยอดขายได้ลดลงจริงๆ ครับเพราะ บางคนก็รออ่านในเน็ตเอา โชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ (週刊少年ジャンプ, ชูกันโชเน็นจัมปุ) หนังสือการ์ตูนของประเทศญี่ปุ่น ยอดจำหน่ายมากกว่า 3 ล้านเล่ม โชเน็นจัมป์จำหน่ายรายสัปดาห์ในประเทศญี่ปุ่น และจำหน่ายรายเดือนในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป

ตลาดเป้าหมายหลักของโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์อยู่ที่เด็กผู้ชาย (โชเน็น แปลว่า เด็กชาย หรือผู้ชาย) เนื้อหาภายในหนังสือการ์ตูนจะเป็นลักษณะการต่อสู้ และการผจญภัย โดยตัวละครหลักจะมีพลังพิเศษต่างๆ โชเน็นจัมป์เริ่มตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2511 โดยบริษัทชูเอชะ เคยมียอดจำหน่ายสูงถึง 6 ล้านเล่ม โชเน็นจัมป์ได้มีนำมาจำหน่ายภายใต้ชื่อโชเนนจัมป์ ในสหรัฐอเมริกา เยอรมัน สวีเดน นอร์เวย์ และการ์ตูนหลายเรื่องภายในเล่มได้มีการนำมาแปลและจำหน่ายในหลายประเทศในทวีปเอเชีย รวมทั้ง ประเทศเกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน และ ไทย ส่วนในเมืองไทยนี้ เท่าที่ผมเห็นก็ยังมีคนซื้อ อยู่นะครับ เเต่น้อยมากเเล้ว เพราะบางคน ไม่อ่านรายสัปดาห์เเล้ว อ่านในเน็ต เเทน รวมเล่มออกค่อยซื้อบางคนหนักกว่านั้น อีกร่วมเล่ม ออก ก็โหลดเอาอีก เจริญหละพี่น้อง

ขนมญี่ปุ่นที่อยากให้รู้จักกัน





    

เเน่นอนครับ ผมว่าหลายคนถ้าบอกว่า รู้จักขนมญี่ปุ่นอะไรบ้าง ร้อยทั้งร้อย ต้องบอกว่า มันคือ โดรายากิ เเน่นอน ถามว่าทำไมหลายๆ คนถึงบอกว่า นี่เป็นขนมญี่ปุ่น เพราะ จำได้ว่า ดู โดราเอมาอน ละซิใช่หรือเปล่าครับ ผมก็รู้จัก ขนมญี่ปุ่น ชนิดนี้ เพราะ การ์ตูน เรื่องนี้ นี่เเหละครับ สมัยที่ยังไม่ได้เข้าไปเรียนกรุงเทพก็ไม่ได้รู้จัก หรอกครับ ว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนเเต่พอไปอยู่กรุงเทพเนี่ยหากินง่ายๆ ครับ ราคาก็เเพงกว่า ขนมปังเเถวบ้านนิดหน่อยครับ ชิ้นละ 15 บาทได้ เเต่น้อย คราวนี้จะมาเเนะนำ ขนมญี่ปุ่นให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันนะครับ บางอย่างก็ไม่เคยได้ยิน บางอย่างได้ยินเเล้วก็ อ๋อเลยครับ
-โดรายากิ Dorayaki

อันนี้คงรู้จักกันเป็นอย่างดี เป็นขนมที่แมวสีฟ้าโดเรมอนชอบกิน จนเอาชื่อของแมวตัวนั้นมาตั้งเป็นชื่อขนม ขนมนี้ทำจากแป้งแพนเค้กสองชิ้นประกอบกันสอดใส้ถั่วแดงแค่นั้นเอง
-Daifuku

ไม่รู้จะเรียกภาษาไทยว่าอะไร เป็นแป้งข้าวข้าว แล้วข้างในเป็นไส้ถั่วแดง กินแล้วฝืดคอหน่อย แต่ก็อร่อยดีถ้ากินกะชา
-บัวลอยถั่วแดง Azuki Shiratama

ใครไม่เคยกินเมนูนี้ หากินได้ที่ ฟูจิ ทุกสาขา มีครับ เป็นถั่วแดงต้ม แล้วมีแป้งก้อนกลมเล็กๆ ใส่อยู่ด้วย เหนี่ยวๆ หนึบๆ พอกินได้ แต่หวานไปหน่อยนะ เมนูนี้
-ขนมดังโงะ Kushi-dango

เคยดูการ์ตูนมั้ยครับ ที่ซามูไรขอบกินกัน เป็นแป้งโมจิ ลูกกลมๆ เสียบไม้เหมือนลูกชิ้น แล้วเอาไปปิ้ง ราดด้วยซ๊อสรสหวานๆ นั่นละครับดังโงะ ผมชอบกินแบบที่เป็นงาดำนะ อร่อยดี เหนียวๆ คิดว่าที่กินมา มีนี่แหละ เค้าท่ามาก...
-ข้าวเกรียบ Senbe

ใครอยู่เมืองไทย คงกินพวกชินมัย ใช่มั้ยครับ นั่นแหละครับ ข้าวเกรียบข้าว แต่ที่ญี่ปุ่นมีข้าวเกรียบแบบนี้เป็นร้อยเป็นพันชนิด ทั้งแผ่น ทั้งแท่ง ทั้งก้อน สารพัด แต่ผมไม่ชอบเอาซะเลย ทั้งแข็ง เค็ม ไม่อร่อยครับ
-ไทยากิ Taiyaki

ขนมนี้ เป็นอีกชนิดนึงที่เห็นในการ์ตูนบ่อย เป็นรูป \"ปลาไท" ของญี่ปุ่น เลยเรียกว่า ไทยากิ ข้างนอกเป็นแป้งแพนเค้ก ข้างในสอดไส้ถั่วแดง รสชาติไม่ต่างจากโดรายากิเท่าไหร่ ผมเคยคิดจะขายไทยากินะเนี่ย เปลี่ยนเป็นไส้เผือก ไส้มะพร้าว คิดว่าน่าจะขายดี..
-ซากุระโมจิ Sakuramochi

ดูชื่อก็คงรู้นะครับ เป็นขนมที่ทำจากแป้งโมจิ หรือแป้งข้าวเหนียวบ้านเราน่ะครับ แล้วห่อด้วยใบซากุระ ในชีวิต ได้กินขนมนี้อยู่สองสามครั้ง ก็ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ เพราะรสชาติไม่ได้ต่างอะไรจากขนมข้างบนเลย...
เอาเเค่นี่ก่อนเเล้วกันนะครับเพราะ มันมีมากพอๆ กับขนมหวานไทยนี่เเหละครับ ขนมญี่ปุ่นเนี่ยเเต่ผมว่าขนมญี่ปุ่นเนี่ยมันจะทำได้ง่ายกว่าขนมหวานไทยนะครับ เเต่ ขนมญี่ปุ่นเนี่ย จะไปใส่ใจในรูปลักษณ์ที่น่ากินมากกว่า เเต่ถ้าถามถึงความอร่อยเท่าที่ผมเคยกินมานะครับ ขนมหวานไทย ชนะใส่เลย

ปลาร้า หรือ ปลาเเดก อร่อยๆ








     ถ้าจะบอกว่าเกิดเป็นคนไทยเนี่ยมีน้อยคนมากๆ ครับที่ไม่เคยกินปลาร้า ครับ เพราะ ปลาร้านี่ถือว่าเป็นอาหารประจำชาติไทยมานานมากเเล้ว ปลาร้านี้ถ้าจะกินให้อร่อยๆ ก็ต้องหมักนานๆ ดีดีครับ ซึ่งส่วนใหญ่เเล้ว คนอีสาน จะหมักปลาร้าได้อร่อยที่สุด เพราะ มีวิธีการทำที่หลากหลาย ที่บอกว่า ทำปลาร้าได้อร่อยเนี่ยไม่ได้ยุ่งยากหรอกครับ เเต่เค้ามีกลเม็ดครับ ว่าใช้ปลาเเบบไหน วัตถุดิบเเบบไหน ภาชนะเเบบไหนที่เหมาะสำหรับหมักปลาร้าเเละได้รสชาติดี ครับ ส่วนเรื่องวิธีการหมักเนี่ย เดี่ยวจะเอามาลงให้อ่านกันครับ เเต่ตอนนี้อยากจะบอกว่า ปลาร้า หรือ ปลาเเดกเนี่ย ถ้าเอามาซับเข้ากับพริกขิง ตะไคร้อะไรพวกนี้ ทำเป็นเครื่องจิ่มเนี่ยอร่อยไปอีกเบบ ครับ เพราะผมสมัยเด็กๆ ยายผมทำให้กินบ่อยครับ มีทั้งสูตรเผ็ดสูตรไม่เผ็ด  ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ การเอาปลาร้า หรือ ปลาเเดก มาใส่ส้มตำ เนี่ย มีข้าวเหนียว ไก่ย่าง บวกกับ โค๊กซักเเก้ว เนี่ยเป็นอะไรที่อร่ยอมากมายครับพี่น้อง
วิธีทำเเบบง่ายๆ  นะครับ เเต่นานหน่อย ปลาร้า หรือ ปลาแดก ในภาษาอีสาน เป็นอาหารท้องถิ่นภาคอีสาน ของไทย และ ลาว รวมถึง บางส่วนของเวียดนาม โดยมักทำจากปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เช่น ปลาสร้อยขาว ปลากระดี่มาหมักกับรำข้าวและเกลือ แล้วบรรจุใส่ไห โดยทั่วไปจะหมักไว้ 7-8 เดือน และนำมารับประทานได้ หรือ นำไปปรุงอาหารอย่างอื่น เช่น ส้มตำ เป็นต้น โดยส้มตำที่ใส่ปลาร้านั้นจะเรียกว่า ส้มตำลาว หรือ ส้มตำปลาร้า โดยในบางที่มีค่านิยมว่า หมักให้เกิดหนอนจะยิ่งเพิ่มรสชาติยิ่งขึ้น จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ปลาร้า เป็นอาหารของวัฒนธรรมอีสานมานานกว่า 4,000 ปีแล้ว โดยพบวัสดุที่คล้ายกับไหหมักปลาร้า
ไม่มีอะไรมากครับพี่น้องเเค่ 7 เดือนเอง เเต่ไหเนี่ย ต้องถามผู้รู้นะครับว่าไห เเบบไหนใช้ดินเเบบไหนทำจะทำให้หมัก ปลาร้า หรือ ปลาเเดกอร่อย ต้องหาข้อมูลกันนิดนึงครับพี่น้อง

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

กาแฟอร่อยที่สุดในโลก




กาแฟอร่อยที่สุดในโลก ไม่มีอะไรมากครับเพราะกาเเฟที่อร่อยที่สุดในโลกเนี่ยผมว่ามันขึ้นอยู่หลายปัจจัยนะครับ เช่นน้ำที่จะมาชง เเละ พวกเเก้วที่นำมาใส่ บางคนบอกว่า เเก้วมันเกี่ยวอะไรด้วย เกี่ยวครับ การทำกาเเฟที่อร่อยที่สุดในโลกเนี่ย เเก้วทำให้ดูน่าดื่มเข้าไปอีก อ้าว พี่รองเอากาเเฟอย่างดีมาใส่ขันดื่มดิครับ 555+  ไม่มีอะไรมากครับ สถานที่ดื่มกาเเฟก็เกี่ยวด้วยครับ ไปดื่มงานศพ กับ ดื่มร้าน coffee shop เนี่ย เเตกต่างเเน่นอน  ครับ สรุปเเล้ว กาเเฟที่อร่อยที่สุดในโลก เนี่ยขอเเค่กาเเฟดีสถานที่ดีๆ ดังนั้น กาเเฟอร่อยที่สุดในโลกนี่ก็หาไม่ยากหรอกครับ ที่บ้านคุณก็มีครับ เพี่ยงเเค่ กาเเฟอร่อย ใส่เเก้วดีๆหน่อย เเละ สถานที่เหมาะสม  เเค่นี้คุณก็หา กาเเฟอร่อยที่สุดในโลกที่บ้านคุณได้เเล้วครับ

เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ มีเเผนปรับลดราคาตั๋วโรงภาพยนต์


เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์  เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ มีเเผ่นปรับลดราคาตั๋วโรงภาพยนต์  ผู้บริหารเเผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อีกรอบ เพื่อเตรียมรับมือการบริโภค ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยทาง เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ มีเเผนที่จะเปิดโรงดิจิตอล เเละ 3 มิติ เพิ่มอีก 2 สาขา ภายในปีนี้ ส่วนอีก 3 สาขา ปีหน้ามีทั้งในกรุงเทพ เเละ ต่างจังหวัด ส่วนทางด้านต่างจังหวัด ก็คือ เชียงใหม่ เเละ มีเเผ่นจะปรับลดราคา โรงหนังประเภท IMAX เหลือ 260 บาทด้วยทั้งนี้  ทาง เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ มองว่าโรงหนังประเภทนี้สร้างรายได้สูงกว่าโรงปกติ 5-6 เท่า เเต่ส่วนตัวผมว่า เมเจอร์ทำเเบบนี้ก็ดีนะครับ ปรับลดราคาลงมา เเต่ หนัง 3มิติ ตอนนี้ไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าที่ควรเลยครับ ดังนั้นไม่รู้จะเดินทางถูกหรือเปล่าส่วนตัวมองว่า เมเจอร์ควรเปลี่ยนจากโรงธรรมดาเป็นดิจิตอลให้หมดได้เเล้ว เเละปรับราคาลงมาให้เท่า โรงปกติ ส่วนโรง 3 มิติ หรือ imax ตอนนี้มีเเต่หนังใหญ่ๆ เท่านั้น ที่คุ้มกับค่าตั๋วสำหรับหนัง 3 มิติ อย่าง อวตาร เเละ อลิซ  เท่านั้นเอง

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ความรู้เรื่องทองคำ


ครับผม วันนี้จะพูดเรื่องทองคำครับ พี่น้อง คงงงกันอะดิว่า ที่เค้าเรียกว่า ออนซ์ นี่เป็นกี่บาท ทองคำ 1 ออนซ์ เท่ากับ 2.0404 บาท ครับ เเละ ทองคำ 1 บาท มีน้ำหนัก  15.16 กรัม  ครับ เเต่ว่านะครับ ตอนนี้ตั้งเเต่ อเมริกา มีปัญหาเรื่อง เศรษฐกิจ คนก็เริ่มที่จะมองหาการลดทุนประเภทอื่น เพื่อหนีการพังทลายของระบบการเงิน ก็ไปลงทุน อย่างอื่นเเทน เช่น ไปลงทุนน้ำมัน  หรือ ทองคำ ที่นี้ จะพูดถึง ทองคำ นะครับ ทองคำเนี่ยเท่าที่ได้ยินมาว่า ใช้ในส่วน เครื่องประดับมากกว่าลงทุน ดังนั้น ถ้าเกิดราคาทองคำยังสูง เหมือนตอนนี้อยู่ ก็มั้นใจได้เลยว่า เหมืองทองคำ จะผลิตออกมาเรื่อยๆ เพราะมีความต้องการมากยิ่งเจอปัญหาทางด้านการเงิน เเล้ว เหมืองทองยิ่ง happy ใหญ่เพราะ ผลิตออกมายิ่งได้กำไร ดังนั้น ปริมาณทองคำในโลกนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งเเต่ ปี 2007 เป็นต้นมา ไอ้ตัวผมก็ไม่ใช่นักวิเคราะห์ราคาทองคำหรอกนะครับ  เเต่ ตอนนี้ ได้ยินข่าวว่าอเมริกา เริ่มที่ไม่ปฏิบัติการทางด้านการทหารในอีรัก เเล้วก็เป็นไปได้ว่า เงินที่ใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางด้านการทหาร ของ ตัวเองในอีรัก เนี่ยสูงถึง หลายหมื่นล้านเหรียญ ดังนั้นถ้านำส่วนดีมากระตุ้นทางด้านเศรษฐกิจ เนี่ย ผมว่าคิดว่าทองคำที่หลายคนไปซื้อกันเนี่ยมันจะขึ้นต่อหรือเปล่านะครับ เพราะทองคำมันผลิตออกมาเรื่อยๆ เเละ ถ้าเกิดพร้อมใจขายกันครั้งใหญ่เนี่ย จะเหลื่อเท่าไหร่กันทองคำเนี่ย

กิมจิ อาหารดีๆ จากเกาหลี




ถ้าใครเคยดูหนัง หรือ ซีรีย์เกาหลี เนี่ยเกือบทุกเรื่อง เราจะเห็น อาหารที่เรียกว่า กิมจิเสมอ เลยครับไปสังเกตดูได้ครับ เเทบทุกเรื่องเลย เจ้า กิมจิ เนี่ยจะโผล่มา ในหนัง เกาหลี ทั้งนั้น ถามว่า กิมจิดียังไงเเละทำไมคนเกาหลีถึงนิยม บริโภค ก็คง เหมือนบ้านเราหละครับ ที่มีไหปลาร้า อยู่ที่บ้าน ในชนบท เเต่ในเมืองเนี่ย ที่เกาหลี ก็ไม่ได้หมัก กิมจิ ทุกบ้านนะครับ เเต่จะมีเฉพาะบ้านที่มีครอบครัวใหญ่เท่านั้นหละครับ เพราะเป็นหน้าที่เเม่บ้านในการ หมักกิมจิครับ
จุดเริ่มต้นของกิมจิ


เป็นที่เชื่อกันว่าการทำกิมจิเป็นการดองผักที่ถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 7 ในยุคนั้นช่วงฤดูหนาวในประเทศเกาหลี จะมีอากาศหนาวจัดไม่เหมาะกับการเพาะปลูก ชาวเกาหลีจึงคิดวิธีการถนอมอาหารขึ้น เพื่อมาทดแทนผักสดที่หาได้ยาก หนึ่งในนั้นคือการทำผักดองเค็มด้วยเกลือหมักในไหแล้วนำไปฝังดิน จึงเป็นจุดกำเนิดของกิมจิในยุคสมัยต่อมา

กิมจิในสมัยอาณาจักรโคเรียว

มีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับกิมจิจากตำรายารักษาโรคทางภาคตะวันออกของประเทศที่เรียกว่า "ฮันยักกูกึบบัง" (Hanyakgugeupbang) ในตำรากล่าวถึงกิมจิอยู่ 2 ชนิด ชนิดแรกคือหัวผักกาดฝานเป็นแผ่นดองด้วยซอสถั่วเหลืองเรียกว่า "กิมจิ-จางอาจิ" (Kimchi-jangajji) ชนิดที่สองใช้หัวไชโป๊เรียกว่า "ซุมมู โซกึมชอลรี" (Summu Sogeumjeori) เป็นที่เชื่อกันว่าได้มีการปรับปรุงรสชาติของกิมจิให้จัดจ้านขึ้น อีกทั้งเริ่มได้รับความนิยมว่าเป็นอาหารแปรรูปจึงเริ่มมีการทำกิมจิตลอดทั้งปีโดยไม่กำจัดเฉพาะช่วงฤดูหนาวเหมือนก่อน ทั้งสองอย่างนี้เกิดขึ้นในสมัยอาณาจักรโคเรียวนี้

กิมจิในสมัยโชซอน

เล่ากันว่ากิมจิที่มีในสมัยโชซอน ชาวบ้านจะใช้ผักใบเขียวมาดองกับเกลือหรือเกลือกับเหล้าเท่านั้นซึ่งเรียกว่ารสดั้งเดิม ในเวลาต่อมาช่วงต้นศตวรรษที่ 17 (หลังจากที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานในปี พ.ศ. 2135) จึงเริ่มมีการนำเข้าผักจากต่างประเทศ ส่วนพริกแดงจากญี่ปุ่นนำเข้ามาโดยพ่อค้าชาวโปรตุเกส พริกจึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งในกิมจิหลังจากผ่านไปแล้ว 200 ปี ดั้งนั้นราวปลายสมัยราชวงศ์โชซอนสีของกิมจิจึงกลายเป็นสีแดง

ภายในราชสำนักโชซอนมีการทำกิมจิเพื่อใช้ถวายต่อกษัตย์ในราชวงศ์โชซอนมีอยู่ด้วยกันสามชนิดได้แก่ "ชอทกุกจิ" (Jeotgukji) เป็นกิมจิที่ทำจากกะหล่ำปลีผสมกับปลาหมัก (ปลาหมักจะใช้เฉพาะคนชั้นสูงในสมัยนั้น) "คักดูกิ" (kkakdugi) เป็นกิมจิทำจากหัวผักกาด ส่วนชนิดสุดท้ายคือ "โชซอน มูซางซานชิก โยรีเจบ็อบ" (Joseon massangsansik yorijebeop) เป็นกิมจิน้ำตำราอาหารของราชสำนักโชซอน โดยมีเรื่องเล่ากันว่ามีการทำกิมจิน้ำโดยมีลูกแพร์เป็นส่วนผสมใช้ทำก๋วยเตี๋ยวเย็นโดยเฉพาะ เพื่อทำถวายกษัตริย์โกชอง (Gojong) กษัตริย์องค์รองสุดท้ายของโชซอน เพราะพระองค์ทรงโปรดก๋วยเตี๋ยวเย็นผสมในกิมจิน้ำพร้อมด้วยน้ำซุปเนื้อ

กิมจิในยุคปัจจุบัน

กิมจิเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวเกาหลีดังนั้นเวลามีการเดินทางในต่างแดนก็ไม่ลืมที่จะพกกิมจิติดตัวไปด้วย กิมจิจึงได้เริ่มแพร่หลายในวงกว้างโดยช่วงแรกเริ่มเข้าไปในประเทศใกล้เคียงก่อนคือประเทศจีน รัสเซีย เกาะฮาวาย และญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นชาติแรกที่นำกิมจิเป็นเครื่องเคียงในอาหารของชาติตนเองโดยเรียกกิมจิของตนเองว่า คิมุชิ (Kimuchi) เพื่อให้เข้ากับการออกเสียงในภาษาญี่ปุ่น และกิมจิชนิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงรสชาติให้เข้ากับอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น ต่อมากิมจิจึงเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ชาวต่างชาติในหลายประเทศ เช่นประเทศสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และไทย

สรุปเเล้ว กิมจิเนี่ยที่นิยมกันคือใช้ผักกาดมาหมักกับเครื่องปรุงเเละหมักทิ้งไว้หนะครับ ถ้าอยากกินเเบบรสดีต้องหมักเอง เเละใช้เวลาพอสมควร กินกับ ข้ามต้ม นอกจากนี้กิมจิ สำหรับ ชาวเกาหลีเเล้ว ถือเป็นเครื่องเคียงอย่างนึงครับ เพราะ กินกันเกือบทุกมื้อ เพราะ เอาไปประยุกต์ทำเป็นอาหารเกาหลีได้หลายอย่างครับ พี่น้อง เเต่สำหรับผมเคยลองเเล้ว ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ครับ สู้ปลาร้าบ้านเราไม่ได้

รับผู้หญิงที่เคยเเต่งงานมาเเล้วได้หรือเปล่า

ถ้าถามความเห็นส่วนตัวผมว่า มันขึ้นอยู่เหตุผลหลายอย่างด้วยหละครับ เช่น ทำไมถึงหย่าอะไรพวกนี้เป็นต้น ทั้งๆที่ การเเต่งงานสำหรับในเมืองไทยเเล้วถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เเต่งงานเเล้วนี้ถ้าหย่า จะหาคนเเต่งใหม่ได้ยาก เพราะ คนไทยยังมีค่านิยมเเบบว่า เคยมีเจ้าของเเล้ว บวกกับ คิดว่า ผู้หญิงทำตัวไม่ดี เเต่ ผมว่านะครับ ถ้าเราไม่มีอคติเรื่อง ผู้หญิงซิงไม่ซิง ผมคิดว่าผู้หญิงที่เคยเเต่งงานมาเเล้วเนี่ย ก็ถือว่า ไม่น่าจะมีปัญหา นะครับ เพราะเท่าที่ผม ได้ยินมานะครับ ผู้หญิงที่เเต่งงานเเล้วหย่ากันเนี่ย ส่วนใหญ่เเล้ว ผู้ชายจะเป็นฝ่ายผิดมากกว่าเช่นทำตัวไม่ดี เช่น ก่อนเเต่งลายไม่ออก หลังเเต่งลายออกอะไรเเบบนี้ บางคนก็ทุบตีผู้หญิงก็มีนะครับ ดังนั้นผมคิดว่า การหย่าเนี่ยอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับ ผู้หญิงยุคนี้  เเต่ผมว่าผู้หญิงก็ต้องยอมรับความจริงข้อนี้นะครับว่า การที่เราเเต่งงานไปเเล้วเนี่ย เเละ หย่า เนี่ย  มันอาจจะเป็นการตัดโอกาส สำหรับคนที่จะเข้ามาจีบเรา หนะครับ เพราะผู้ชายบางคนอาจจะรับไม่ได้  เพราะ การที่เเต่งงานไปเเล้วมันเหมือนกับค่าประกาสให้รู้ว่าตัวเองเคยมีสามีมาก่อน เอาเป็นภาษาชาวบ้านเเล้วกัน  ตัวเองไม่ซิงเเล้ว  คือคนอื่นเค้ารู้กันหมดเเล้ว เป็นต้น เเต่อย่าว่าครับผู้ชายที่เคยเเต่งงานเเล้วก็เจอ กรณีเดี๋ยวกันหละครับ คือ คนก็ต้องคิดว่า ถ้าดีจริงจะหย่าหรือ ดังนั้น ถ้าจะเเต่งงานก็ควรศึกษากันให้ดีก่อนเเต่งก่อนครับ

15 ประเทศที่ผู้ชายหล่อที่สุดในโลก








15 ประเทศที่ผู้ชายหล่อที่สุดในโลก

ตอนเเรกที่ผมเห็นนะครับผมโคตรขำเลย คือเอ็งเอาอะไรมาวัดวะ ถ้าเอ็งเอาดารามาวัด กันเนี่ยก็คงไม่พ้น อเมริกานั้นเเหละที่มีผู้ชายหล่อที่สุดในโลกเยอะที่สุดเพราะ อเมริกามี ฮอลิวูด นิหว่า เเต่เมื่อผมเห็นคนไทย ติดอันดับ ผมเห็นด้วยนะครับกับการจัดอันดับผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก 15 อันดับเนี่ยมาดูกันครับว่ามีประเทศอะไรกันบ้างเเละ เกาหลีที่สาวๆ ไทยชอบเนี่ยจะติดหรือเปล่า มาดูกัน
อันดับ 1 อังกฤษ ไม่เเปลก

อันดับ 2 อเมริกัน ไม่เเปลก

อันดับ 3 เยอรมัน
อันดับ 4 สวีเดน
อันดับ 5 กรีซ
อันดับ 6 สวีสเซอร์แลนด์
อันดับ 7 ตุรกี
อันดับ 8 อิตาลี ไม่เเปลก

อันดับ 9 ไต้หวัน
อันดับ 10 บราซิล
อันดับ 11 ญี่ปุ่น ผมว่าคนญี่ปุ่นเนี่ยพอกับ เกาหลีอะ ผมว่าคนไทยดีกว่านะครับ
อันดับ 12 ไทย (ตบมือให้ดังๆ ได้อยู่ในประเทศประชากรหน้าตาดีเป็นอันดับที่12 ^^v)
อันดับ 13 เวเนซูเอล่า
อันดับ 14 ฮ่องกง
อันดับ 15 จีน

มาดู 10 อันดันในเอเชียกันบ้างครับพี่น้อง ถ้าตัดเรื่องศัลยกรรมไปดาราเกาหลีไม่หล่อเลยครับพี่น้อง 555+
อันดับ 1 ไต้หวัน
อันดับ 2 ญี่ปุ่น
อันดับ 3 ไทย  ไม่เห็นด้วยนะไทยน่าจะที่ 2 นะมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า โดยเฉพาะคนราชบุรีนี้หล่อเเมวๆ เลย
อันดับ 6 เกาหลี  555+ เฮ้ยถ้าไม่ศัล นะเอ็งคงไม่ติด top20 อะ เเต่ผู้หญิงประเทศนี้ศัลหน่อยสุดยอดมาก
อันดับ 10 มาเลเซีย