youtube

Loading...

dubai

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

จับได้เมียไปนอนกับคนอื่น เป็นคุณทำยังไง


พอดีผมได้ยินมาจากเวปเพื่อนบ้านที่ผมไปเอาบทความมาลงนะครับ คือผู้ชายเนี่ยจับได้ว่า เมียตัวเองเนี่ยไปนอนกับคนอื่นมา คือ ตอนเเรกก็ไม่ได้คิดว่าทำไมช่วงหลังๆ เนี่ยทำตัวเเปลกไป เเต่หลัง ๆ เนี่ยเห็นทำอะไรทำตัวชอบไปไหนมาไหนคนเดียวอะไรเเบบนี้ เเต่มารู้อีกที ไปนอนกับคนอื่นซะเเล้ว บางคู่อยู่กันไม่ได้ก็เลิกบางครั้งมีถึงขั้นตบตี หรือ ทำร้ายร่ายกายถึงชีวิตก็มี ผมว่านะครับยุคสมัยนี้การมีชู้ ระหว่าง สามี เเละ ภรรยา ผมว่าพอๆ กันหละครับ เพราะ เดี่ยวนี้ผู้หญิงเลือกเเต่งงานกับผู้ชายที่มีฐานะทางการเงินหรือ ที่ดูเเลผู้หญิงคนนั้นได้ก็เลยเเต่งงาน หรือ บางกรณี ก็เเบบว่า  ไปเจอผู้ชาย  ที่ใช้หรือ ส่วนต่อเติมที่สามีตัวเองไม่มี หรือ ถึงขั้นอยากลองนอกใจสามีดูมันเป็นยังไงขั้นนี้ก็มีนะครับ เเบบว่าอยากลองนอกใจ มันรู้สึกยังไงโดยส่วนตัวเเล้วบางคนถึงขนาดสะใจที่ได้ทำตัวเลวก็มีเหมือนกันนะครับ เเต่ถ้าถามความคิดเห็นผมนะครับ ถ้าอยู่กันไม่ได้เนี่ยก็ควรเลิกไปเลยดีกว่าครับ ไม่ต้องอดทนหรือฝืนอยู่เพราะเสียเวลาครับ ในมุมมองผู้หญิงอะนะครับ คือถ้าอยากจะเลิกก็เลิกไปเลยครับ เพราะถ้าไปคบกับคนอื่นเเบบเเอบคบเนี่ยอันตรายครับ ผัวบางคนอารมณ์ร้ายก็มีครับ โดยส่วนตัวถ้ามีเมียผมไปเเอบมีชู้หรือรู้ว่าไปนอนคนอื่นเลิกครับ เพราะ เดี่ยวนี้ผู้หญิงมีเยอะเเยะครับ ดีไม่ดีท้องลูกกูหรือเปล่าก็ไม่รู้อีก ใครจะว่าผมยังไงก็เถอะให้ไปเลี้ยงลูกคนอื่น เนี่ยขอบายเเล้วกัน ไปหาเมียใหม่ดีกว่าถ้างั้น

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รัสเซีย-กาต้าร์ เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018-2022


ตามความเห็นนะครับถ้าจัดอันดับประเทศที่จัดฟุตบอลโลกได้เเบบสบายเนี่ย ก็คงประเทศตะวันออกกลางนี่เเหละเพราะ ประเทศพวกนี้อย่างที่รู้กันนะครับโคตรรวยอย่างล่าสุด กาต้าร์ได้จัดเนี่ยไม่เเปลกเพราะเอเชียนเกมส์ ก่อนหน้าจีนจัดได้อลังการงานสร้างมากครับ เเต่ประเทศพวกนี้ถ้าไม่ได้น้ำมันเป็นเเหล่งทำเงินทำทองประเทศพวกนี้ไม่มีค่าอะไรเลย ส่วนรัสเซียเนี่ย ได้จัดนี่ผมว่าเเปลก เพราะลำพังเศรษฐกิจ ของ รัสเซียเอง ไม่น่าจะจัดได้ งานนี้ต้องมีกำลังภายในเเน่นอนครับ ส่วนเมืองไทยนี่ยังกล้าไปเสนอหน้าเข้าชิงกับเค้าด้วยผมว่าไร้สาระมากๆ สำหรังเมืองไทยเนี่ย คนจนไม่มีจะกินยัง มากกว่าครึ่งประเทศยังทำตัวโง่ๆอีกฝ่ายบริหารบ้านเราเนี่ย เเละที่บอกเศรษฐกิจดีๆ มันดีเฉพาะตัวพวกท่านหรือคนมีเงินเท่านั้นเอง ไม่เชื่อลองไปถามคนที่เค้าค้าขายระดับกลางๆ ลงมาดิ อย่างเเม้ค้าขายข้าวอะไรพวกเนี่ย คิดเเล้วก็อายเเทน  เอ็ง ยังไม่เคยไปเตะบอลโลกกับเค้าเลย ยังกล้า อีก
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ตัดสินใจเลือกรัสเซียเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 และกาต้าร์ เป็นเจ้าภาพปี 2022 ในการประกาศที่จะจัดขึ้นที่นครซูริคของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่งที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย โดยการประกาศเลื่อนออกมาจากกำหนดเดิมครึ่งชั่วโมง

ประเทศที่เสนอตัวชิงเจ้าภาพปี 2018 ประกอบด้วย อังกฤษ รัสเซีย รวมทั้งสเปนและโปรตุเกส กับเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ส่วนเจ้าภาพปี 2022 มีประเทศที่เข้ารอบสุดท้ายได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ ออสเตรเลีย และกาตาร์

ก่อนหน้านี้ข้อกล่าวหารับสินบนทำให้สมาชิกอย่างน้อย 2 คนของคณะกรรมการบริหารฟีฟ่าถูกแบนไม่ให้ร่วมออกเสียง ทำให้เหลือคณะกรรมการแค่ 22 คน และต่อมาคณะกรรมการอีก 3 คน ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทที่ดูแลลิขสิทธิ์ด้านการตลาดของฟุตบอลโลก แต่ฟีฟ่ายืนยันเมื่อวันอังคารว่าจะไม่มีการสอบสวนข้อกล่าวหาล่าสุดเพราะการสอบสวนกรณีนี้ได้ปิดไปแล้ว และกรรมการทั้ง 3 คนจะร่วมออกเสียงด้วย

ในการชิงเจ้าภาพปี 2018 รัสเซียไม่ส่งนายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูตินมาร่วมงานเพราะไม่ต้องการกดดันกรรมการ รัสเซียเป็นตัวเต็งที่จะได้จัดฟุตบอลโลกครั้งแรก เพราะมีความพร้อมเรื่องเงินและสนามแข่ง ขณะที่อังกฤษ ตัวเก็งอีกชาติ ซึ่งส่งทั้งเจ้าชายวิลเลี่ยม นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน และเดวิด เบ็คแฮม มาล็อบบี้อย่างเต็มที่ มีที่ตั้งเหมาะสม มีสนามกีฬามากมาย แต่มีจุดอ่อนแฟนบอลมักก่อความรุนแรง และสื่ออังกฤษเพิ่งตีข่าวทุจริตในการคัดเลือกเจ้าภาพ ทำให้ทางฟีฟ่าอาจจะเคือง และก็อาจจะเป็นสาเหตุให้ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรก

ส่วนเจ้าภาพปี 2022 ถือว่าพลิกล็อคพอสมควร เพราะสหรัฐเป็นตัวเต็ง เนื่องจากมีจุดเด่นเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและประสบการณ์จัดการการแข่งขันระดับโลก ออสเตรเลีย เป็นตัวเต็งอันดับ 2 แต่อยู่ห่างไกลจากทวีปอื่น ส่วนกาตาร์ มีจุดเด่นเรื่องการเงิน แต่สภาพอากาศก็ร้อนจัด ขณะที่ญี่ปุ่นก็มีจุดเด่นคือจะถ่ายทอดการแข่งขันไปยัง 400 แห่งทั่วโลกโดยใช้เทคโนโลยี 3 มิติ

ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูเเดง อะไรที่นิยมที่สุดในเมืองไทย







คงต้องบอกตรงๆ นะครับส่วนตัวนะครับผมคิดว่า ข้าวมันไก่เนี่ยอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 เนี่ยข้าวหมูเเดง ครับ ส่วนอันดับสุดท้าย คือ อันดับ 3 เนี่ยน่าจะเป็น ข้าวขาหมูครับ ถามว่า ทำไมต้องเป็นข้าวมันไก่ที่นิยมที่สุดบางคนไม่เเน่ใจว่าจะเป็นข้าว หมูเเดงหรือเปล่า เเต่ผมคิดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ข้าวหมูกรอบน่าจะมีบทบาทมากกว่า ข้าวหมูเเดงนะครับ เพราะไปเจอบางเจ้าเนี่ยทอดหมูกรอบได้อร่อยเหาะมากครับ เเต่ที่ยกมา 3 อย่างเนี่ยบางคนก็คิดว่าทำไม เอ็งไม่เอา ข้าวพัดกระเภา หรือ ไม่ก็ กระเพาหมูกรอบด้วยเลยหละ คือนื้ยกมาเเค่ 3 อย่างเท่านั้นพอครับ ไม่เชื่อไปถามใครก็ได้ครับ เเต่ละคนเนี่ยจะบอกว่าข้าวมันไก่ทั้งนั้น เเต่พูดตรงๆ เเล้วนะครับ ถ้ากินให้สุขภาพดีหน่อยเนี่ย ผมยกให้ข้าวหมูเเดงนะครับ เพราะ น่าจะเป็นอะไรที่ กินเเล้วอ้วนน้อยที่สุด เเต่ข้าวมันไก่เนี่ย น่าจะมีไขมันมากที่สุดครับ เพราะไก่ก็มันเเล้วมาเจอข้าว ด้วย เเหม ไม่อยากบอกเลยน้ำซุปเนี่ยก็เอามาจากน้ำต้มไก่นี่เเหละครับ ส่วนข้าวขาหมู หลายคนคิดว่า ทำไม ไขมันน้อยกว่า ข้าวมันไก่เพราะ ข้าวขาหมู เนี่ย ตัวข้าวเนี่ยไม่มันมันเเค่หมูอย่างเดียวครับ เเต่ถ้าถามว่าเปิดร้านขายข้าวอะไรดีผมว่าข้าวมันไก่เนี่ย ง่ายที่สุดเเล้วครับเพราะ เเค่ต้มไก่ให้อร่อยอันนี้เรียนรู้ไม่ยากมาก เเละ การหุงข้าวอันนี้ก็ไม่ยากจนเกินไปอีกนั้นเเหละครับ ถ้าขายเเล้ว ไม่งกจนเกินไปผมว่า ได้เกิดง่ายเลยกับ อาชีพขายข้าวมันไก่เนี่ยครับ ส่วนอีก 2 ข้าวเนี่ยหมูเเดงนี่ก็พอทนครับ ถ้าได้สูตรการทำน้ำดีๆหน่อยก็มีชัยไปกว่าครึ่งเเล้วครับพี่น้อง ส่วนอันดับสุดท้ายนี้ผมว่าจะทำให้เก่งนี่ยากมากมายครับ เพราะ ต้องมาปรุงน้ำให้อร่อยอีกนั้นเเหละครับ เเละ ขาหมูเนี่ยก็ต้องหาขนาดที่เหมาะสมด้วยครับ เเละยังต้มไข่พะโลอีกโอ้โหปวดหัวน่าดูเลยครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เนื้อหมามีประโยชน์ยังไง คนเกาหลีถึงชอบกินกัน


โดยส่วนตัวผมว่ามันไม่ได้น่ารังเกียจหรอกนะครับ ไอ้การกินหมาเนี่ย เพราะ มันเป็นความเชื่อ เเละ ค่านิยม ของประเทศนั้นๆมากกว่านะครับ อย่างวัวเนี่ย ประเทศเเถมตะวันออกกลางบางประเทศ หรือ อินเดียเค้าถือนะครับ เค้าไม่กินกัน เเต่บ้านเรา ไม่เหลือครับ หรือเเม้เเต่ญี่ปุ่น เนื้อปลาโลมามันยังกินกันเลย เเละ ทำไมเกาหลีจะ เเด๊กหมาไม่ได้ คือมันอยู่ที่ความเชื่อหรือ ค่านิยมประเทศนั้นๆมากกว่าครับ อย่างบ้านเรา เนี่ย รักหมา ครับดังนั้น นอกจากบ้านเราเเล้ว ยุโรป อเมริกา ก็ไม่กินหมาครับ เเต่พูดตามหลักเเล้วนะครับ มันเรื่องของเค้านะครับ เเต่ผมคงไม่กินหนะครับ เพราะ ไม่เคยกิน เเละไม่ได้รังเกียจ เเต่ หมาที่ผมเห็นตามถนนนี่ขี้เรื้อนอะครับใครมันจะไปเเด๊กลง หละครับ จริงมะครับ ส่วนประโยชน์ของการกินหมาก็มีนะครับ ลองดูครับ
“หมาเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เป็นเพื่อนที่สนิทและซื่อสัตย์ที่สุดของมนุษย์มิใช่หรือ แต่จะมีใครซักกี่คนรู้บ้างว่าเพื่อนฉันนับล้านตัวที่อยู่ในทวีปเอเชีย เช่น เกาหลี จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ รวมทั้งในเมืองไทย กลับถูกมนุษย์กลุ่มหนึ่งฆ่าตายอย่างป่าเถื่อนทารุณ เพียงเพื่อทำเป็นอาหารจานเด็ดและของใช้ของมนุษย์?”




นับเป็นเวลากว่า 100,000 ปีแล้ว ที่หมาได้พิสูจน์คุณค่าของตนเองให้แก่มวลมนุษยชาติได้รับรู้ว่า “หมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับสถานภาพการปกป้องชีวิตอย่างดีและปลอดภัยที่สุด แต่เหตุเพราะใดมนุษย์กลุ่มหนึ่งกลับฆ่าเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเองได้อย่างไร้ความปรานี

ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาตร์ของประเทศเกาหลีว่าการกินหมาเป็นประเพณีหรือวัฒนธรรม รู้เพียงแต่ว่าคนเกาหลีใช้เนื้อหมาทำเป็นอาหารมาเป็นเวลานานมากแล้ว หากบอกว่าคนเกาหลีกินเนื้อหมามานานกว่าประเทศอื่นๆ ก็คงจะไม่ผิดนัก อีกทั้งไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ใดๆ ว่าการกินหมามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ความเป็นจริงก็คงเป็นแค่ความพิสดารและความเชื่อที่งมงายของมนุษย์กลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง

สมัยก่อนตลาดโมราน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซล ประเทศเกาหลี เป็นแหล่งขายเนื้อหมาโดยเฉพาะ เพื่อนฉันนับร้อยตัว ทุกขนาด ทุกอายุ โดนกักขังอยู่ในกรงอย่างแออัดที่มีอุณหภูมิร้อนถึง 38 องศาเซลเซียส โดยปราศจากน้ำดื่ม เพื่อนตัวใหญ่ของฉันบางตัวโดนกักขังอยู่ในกรงเหล็กที่มีความสูงเพียง 40 เซนติเมตร เรียกว่ายืนไม่ได้เลย ต้องนอนเรียงกัน นอนทับกัน ตัวที่อยู่ล่างสุดก็แย่หน่อย เพราะหายใจไม่ออก บางตัวก็ขาดใจตายในกรงเหล็กก็มีเหมือนกัน แต่ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นหมา เพื่อนฉันต่างพยายามผลัดกันเลียเพื่อนตัวอื่นๆ เพื่อทำให้ร่างกายได้รับความเย็น

การทรมานมีหลายรูปแบบ เช่น ถ้าเป็นลูกหมา จะโดนเจาะเยื่อแก้วหูและหลอดเสียง เพื่อไม่ให้มีเสียงเมื่อโตขึ้น บ้างก็โดนหักแขนหรือขาเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวได้ บ้างก็โดนแขวนคอแล้วตีด้วยไม้กระบอง บ้างก็โดนช๊อตด้วยกระแสไฟฟ้า บ้างก็กินอาหารที่ผสมกรดกัมมะถัน บ้างก็โดนต้มทั้งเป็น หรือแม้กระทั่งแทงที่ต้นขาเพื่อให้เลือดไหลอย่างช้าๆ และถลกผิวหนังขณะที่ยังมีสติอยู่ เรียกได้ว่ากรรมวิธีการฆ่าทุกรูปแบบนั้น เป็นการฆ่าอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนมากๆ เท่าที่ “สมองของมนุษย์” จะสรรหาสารพัดวิธีมาทรมานได้ เพียงเพราะความเชื่อที่งมงายของมนุษย์ที่ว่า “ยิ่งเจ็บปวดทรมานมากเท่าไหร่ รดชาดของเนื้อหมาก็จะอร่อยมากยิ่งขึ้นเท่านั้น” ฉันได้ยินมนุษย์พูดกันว่า “ถ้าให้พวกมันตายแบบง่ายๆ ไม่เจ็บปวดอะไรเลย ก็ไม่อร่อยสิ รสชาดก็คงจะไม่แตกต่างจากเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ทั่วๆ ไป”




หมาท่าแร่

สำหรับการกินหมาในประเทศไทยนั้น คนไทยเชื้อสายญวนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดสกลนครเมื่อปีพ.ศ. 2427 มีค่านิยมในการกินเนื้อหมาในช่วงฤดูหนาว เพราะเชื่อกันว่าเนื้อหมาจะทำให้ร่างกายอบอุ่น แต่เมื่ออาหารการกินขาดแคลน หมาที่เคยเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน ก็กลายมาเป็นอาหารการกินภายในครอบครอบครัวและทำขายกินภายในหมู่บ้าน จนถึงขั้นพัฒนาเป็นการค้าหมาข้ามชาติจนถึงทุกวันนี้

นับเป็นเวลากว่า 50 ปี ที่การฆ่าชำแหละหมาเพื่อการค้าเนื้อและหนังได้เกิดขึ้นในประเทศไทย บ้านท่าแร่ ถนนสายท่าแร่-ศรีสงคราม ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งศูนย์กลางการฆ่าชำแหละหมารายใหญ่ จนถึงกับได้ขนานนามว่าเป็น “เมืองกินหมา” ทั้งที่ความเป็นจริงคนสกลนครเพียงต้องการหนังของหมาเพื่อการส่งออกเท่านั้น ส่วนเรื่องการกินเนื้อหมานั้นเป็นเพียงผลพลอยได้

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2538 หนังสือพิมพ์ Sunday Express ของประเทศอังกฤษ ได้ลงข่าวเรื่องการฆ่าชำแหละหมาอย่างทารุณที่โรงฆ่าหมา จังหวัดสกลนคร และในเดือนกันยายนปีเดียวกันนั้นเอง สื่อมวลชนต่างประเทศอีกแห่งหนึ่งก็ได้เผยแพร่กระบวนการฆ่าชำแหละหมาอย่างทารุณ โดยการนำไปถ่ายทอดเป็นบทความและสารคดี ทั้งในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา จนมีการร้องร้องเรียนผ่านสถานทูตไทยในประเทศต่างๆ เป็นเหตุให้กระทรวงการต่างประเทศมีคำสั่งให้ตรวจสอบเรื่องการฆ่าหมาเพื่อการค้าในจังหวัดสกลนคร

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ข่าวคราวเรื่องการกินหมากลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถกเถียงกันมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามที่จะหาทางยุติการการฆ่าชำแหละหมาเพื่อการค้าเนื้อและหนัง แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดๆ สามารถเอาผิดอะไรกับกลุ่มพ่อค้าหมาและผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังนี้ได้เลย ในทางตรงกันข้าม กลับดูเหมือนว่าอาชีพหรือธุรกิจนี้จะยังคงทำไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพียงเพราะเหตุผลสั้นๆ ว่า “คือวัฒนธรรม”

topicstock.pantip.com 

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ธุรกิจ หนัง โป้ หรือ หนัง av ในญี่ปุ่น


เคยได้ยินมานะครับว่า ผู้หญิงญี่ปุ่น 500 คน จะมีคนที่เคยผ่านงานเกี่ยวกับ หนังโป้ หรือ av เนี่ย 1 คน คือพูดง่ายเลยนะครับ ผู้หญิง 500 คน เนี่ยจะมีสวยซัก 50 คนได้ ก็คือ ผู้หญิงสวยๆ ทุก ๆ 50 คนจะมี 1 คนเล่นหนัง av มาครับ ผมเคยอ่านนิตยสาร เเละ เวปบอร์ดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เเบบผ่านๆ ตานะครับ เเต่จำได้เเม้นเลยครับ ว่าสังคมญี่ปุ่นเนี่ยมันไม่มีจิตวิญญาณเเล้วหละครับเเบบว่าเป็นทุนนิยม เเบบเต็ม 100 ครับ คือคนจะทำอะไรตามใจก็ไม่ได้เพราะต้องปฏิบัติตามคลื่นของสังคมครับ เช่นในห้องเด็กม .ปลาย ถ้าใครมีของใช้เเพงๆ ตัวเองไม่มีก็ต้องดิ้นรนหามา พูดง่ายๆว่าประเทศนั้นเรื่อง sex เนี่ยเรื่องธรรมดาไปเเล้ว อย่างหนังโป้เนี่ย ไปหานางเอกริมถนนที่คนเดินไปมาเยอะเเยะก็มีครับ ครั้งนึงก็ 50000-100000 เยน เลยทีเดียวครับ ประเทศนี้เงินคือพระเจ้าครับ บ้านเมืองเราเงินก็พระเจ้าเหมือนกัน เเต่ประเทศญี่ปุ่นนี้เข้มข้นกว่ามากครับ ใครๆ มองประเทศนี้ เจริญเป็นประเทศอันดับ 1 ในเอเชีย เเต่สภาพจิตใจคนที่นี้เป็นโรคซึมเศร้า ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ครับ อีกหน่อยเกาหลี จะเป็นเเบบญี่ปุ่น หละครับ มาเข้าเรื่องเกี่ยวกับ หนัง av ในญี่ปุ่นดีกว่าครับ
ธุรกิจหนัง AV ญี่ปุ่นโตสวนเศรษฐกิจทรุด พบปีเดียวสร้างหนัง 17,000 เรื่อง
รูปโป๊ทะลักเว็บไซต์-มือถือ คาดเงินสะพัดพันล้านดอลล่าร์ต่อปี


ไม่ว่าเศรษฐกิจการเงินโลกจะตกต่ำดำดิ่งขนาดไหน
แต่ธุรกิจที่ดูเหมือนจะเติบโตได้แบบไม่สนกระแส
ไม่พ้นเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวับๆ แวมๆ
ไปจนถึงติดเรทเอ็กซ์เรทอาร์

โดยเฉพาะญี่ปุ่น ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีไฮเทค ไอทีสารสนเทศ
เลยถูกนำมารองรับการขยายตัวของธุรกิจแขนงนี้ไปโดยปริยายด้วยเช่นกัน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานตัวเลขผู้ประกอบการหนัง AV
ในประเทศญี่ปุ่นว่าปัจจุบันอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย
และแค่ในช่วงปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว
ผู้ประกอบการเหล่านี้มีการผลิตหนัง AV ปลุกใจเสือป่าสู่ท้องตลาดไม่น้อยกว่า 17,000 เรื่อง

ขณะที่เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกันนี้
แต่ละวันมีสมาชิกหน้าใหม่แห่ลงทะเบียนวันละไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย
ซึ่งคาดว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 160,000 เหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือยังถือเป็นช่องทางการตลาดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน
โดย ฮิโรทากะ อิชิโมริ หัวหน้าส่วนงานด้านธุรกิจออนไลน์
เปิดเผยกับบลูมเบิร์กถึงประมาณการณ์รายได้ของธุรกิจหนัง AV
ของญี่ปุ่นว่าอยู่ที่พันล้านเหรียญสหรัฐ ต่อปี

“โทรศัพท์มือถือนับเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพอย่างยิ่ง”
อิชิโมริ กล่าวด้วยว่า นโยบายพัฒนาด้านไอทีที่ไม่หยุดยั้ง
รวมทั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และอุปกรณ์ไอทีที่ทันสมัย
จะมีส่วนอย่างมากในการผลักดันการเติบโตของตลาดสื่อลามกเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
เราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วย  เพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้?


อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมด


รัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด"


เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"


อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน...อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่...เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ต
ใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์!
โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R X

โดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง...และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร" คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุด


หนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)


เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป...โดยเฉพาะนางเอก
นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง ...

วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง... ...แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!


เมื่อเกิดค่านิยมว่า "ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้" พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น ...ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้น


แต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง...และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ "ฉุด" กันไปเลย...แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)


จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง" โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียว


แม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) ...พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ


อุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย ...ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่


ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา ...เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง ...และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม...

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

มารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ลูกผม เป็นคุณทำยังไง




ส่วนตัวนะครับถ้าบังเอิญเมียผมไปมีชู้ เเละ บังเอิญผมต้องรับหน้าที่พ่อเเละมารู้ทีหลังเนี่ยคงจะปวดใจมากมายเลยนะครับ ความจริงเเล้วนะครับน่าจะมีกฏหมายออกมานะครับเกี่ยวกับว่าเวลาจะรับรองบุตรเนี่ยควรมีการตรวจเลือดตรวจ dna ไปเลยนะครับผมว่าน่าจะมีจะได้ไม่ต้องมีปัญหาในระยะยาวเเละเป็นการดีด้วยสำหรับการเเพทย์เพราะบางครั้งจะตรวจหา dna ที่เข้ากันได้เนี่ยมันยากลำบากนักเเต่ถ้าทำเเบบนี้ประชากรยุคใหม่การตรวจหาจะง่ายยิ่งขึ้นครับ ส่วนไอ้เรื่องไปตรวจเจอเเล้วไม่ใช่ลูกผมไปอ่านเจอมาครับสงสารผู้ชาย มากมายครับ  เเย่ครับ  ผู้ชายดีๆ เนี่ยมักได้ของที่คนเค้าไม่เอากันเเล้ว
บทความจาก love4home.com
สวัสดีครับ ตอนนี้ผมกำลังกลุ้มใจมาก มีปัญหาก็ไม่รู้จะพูดให้ใครฟัง ผมเสิร์ชเจอที่นี่ คิดว่าน่าจะให้คำตอบผมได้บ้าง ผมกับภรรยาแต่งงานกันมา 4 ปีแล้ว จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เธอก็เริ่มบอกว่าเดี๋ยวจะไปหาเพื่อนที่โน่นที่นี่ บางครั้งก็ไปค้าง ผมสงสัยบ้าง แต่ก็เชื่อใจเธอมาตลอด เพราะก่อนหน้านี้ แม้เราจะทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เป็นธรรมดาของชีวิตคู่ เราก็ยังเข้าใจกัน จนเมื่อต้นปี เธอเริ่มตั้งท้อง ผมดีใจมาก เพราะเราเป็นคนมีลูกยาก แต่เธอก็ยังไปโน่นไปนี่อยู่แทบทุกเดือน อ้างว่าไปงานแต่งเพื่อนที่ต่างจังหวัดบ้าง งานบวชบ้าง ผมสงสัย แต่ไม่เคยสืบ เพราะผมเชื่อใจเธอมาโดยตลอด จนตอนนี้ มีเหตุบังเอิญให้ผมจับได้ สุดท้าย เธอสารภาพ ว่าเธอแอบมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนหนึ่ง มาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว หลายครั้ง (เขามีลูกเมียแล้วเช่นกัน แต่บอกภรรยาผมว่า แยกกันอยู่แล้ว) เธอบอกว่า เธอยังรักผมอยู่ แต่เธอก็รักผู้ชายคนนั้นเช่นกัน ลูกในท้อง เธอก็ไม่แน่ใจว่าลูกของใคร... แต่เธอกับเขาคิดว่า น่าจะเป็นลูกของพวกเขามากกว่า เพราะเราปล่อยมาก็นานแล้ว แต่ไม่มีลูกซักที(แม้ว่า ที่เราเคยไปตรวจ หมอจะบอกว่าเชื้อผมปกติก็ตาม) ตอนนี้ ผมบอกเธอว่า ถ้าลูกในท้องเป็นลูกผม ผมจะลืมเรื่องทั้งหมด และเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม ถ้าลูกในท้องไม่ใช่ลูกผม ฝ่ายโน้น ยืนยันสิทธิที่จะเลี้ยงดู ผมก็พร้อมจะไป (แต่แม้เขาจะบอกว่า เขาแยกกันอยู่กับภรรยาเขา แต่ภรรยาผมก็บอกว่า เขาก็ยังต้องดูแล เลี้ยงดูกันอยู่ เขาอาจจะเลิกกัน เพื่อมาดูแลภรรยาผมและเด็กที่จะเกิดไม่ได้ก็ได้) ถ้าลูกในท้องไม่ใช่ลูกผม และเขาไม่ดูแลจริงๆ ผมก็พร้อมที่จะเป็นพ่อของเด็กให้เอง แม้อาจจะมีปัญหาตามมามากมาย เช่น หน้าตา ผิวพรรณเด็ก เพราะ เขามีเชื้อจีน แต่ผมไม่ แต่ก็คงต้องหาทางแก้กันไป ซึ่งผมยังคิดไม่ออกตอนนี้ สำหรับภรรยาผม เธอบอกว่า เธออาจเลือกที่จะอยู่กับลูกแค่สองคน เพราะเธอรู้ว่าเธอทำผิดต่อผม และเธอไม่อาจเห็นผมต้องมาเป็นคนรับทุกอย่างแบบนี้ได้ เธอบอกว่า ผมควรไปเจอคนใหม่ที่ดีกว่าเธอ แต่ผมยังรักเธออยู่ ผมเป็นห่วงเธอทุกอย่าง ผมคิดว่าผมคงทนเห็นเธอลำบากอยู่กับลูกแค่ 2 คนไม่ได้แน่ๆ (ภรรยาผมฐานะไม่ค่อยดี) ผมควรทำอย่างไร ถึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ผมควรตรวจ DNA ลูกมั้ย เราควรอยู่กันต่อไปมั้ย หรือผมควรจะเป็นฝ่ายไป ถ้าทางโน้นจะดูแลลูกและภรรยาผมจริง ผมก็คงดีใจกว่าที่จะเห็นเธอกับลูกลำบากกันอยู่แค่สองคน ส่วนตัวผม ผมบอกเธอว่า ไม่ต้องสนใจหรอก แม้ผมจะยังรักเธอและลูกเหมือนเดิม แต่ใจผมมันสลายไปหมดแล้ว